Skip to main content
NYC Legal & Notary
NPT Notary Public Thailand
บริการแปลและรับรองนิติกรณ์

ตรวจทานล่าสุด: · โดย ทีมบรรณาธิการ NPT

ตรวจทานโดย ทีมบรรณาธิการ NPTEditorial & Compliance Teamผ่านการตรวจทานโดยกองบรรณาธิการ
Apostille • Q&A • Answered by NSA Lawyer

What is the Apostille process in Thailand step-by-step?

Quick Answer

6 steps: (1) Notarize original or get government issue; (2) Certified translation if needed; (3) Submit to MFA Chaeng Watthana; (4) Pay สอบถามราคา/page standard or 800/page rush; (5) Pickup 3–5 days; (6) Use abroad in any of 125+ Hague countries.

Detailed Answer

Apostille issuance in Thailand follows a 6-step process under the Department of Consular Affairs (MFA) at Chaeng Watthana: (1) Source document must be either an original government-issued certificate (birth, marriage, household reg, criminal record) OR a notarized private document (POA, affidavit, corporate resolution) by a Notarial Services Attorney; (2) If the original is in Thai and destination uses English/other language, attach certified translation; (3) Submit at MFA legalization counter — book online slot or walk-in; (4) Pay THB 400/page standard (2 business days) or THB 800/page rush (same-day, submitted before 11:00); (5) Collect at counter or by courier; (6) Apostille is single-step and valid in all 125+ Hague Convention countries without further legalization. NPT handles all 6 steps for THB 2,500–6,500 + government fees.

Free consult — real NSA lawyer
Get your fixed quote & document check

ประเด็นสำคัญ

  • ใช้ได้เฉพาะระหว่างประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญาเฮกทั้งสองฝ่าย
  • เอกสารต้องเป็นเอกสารมหาชน หรือเอกสารเอกชนที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความผู้ทำคำรับรองฯ ก่อน
  • เอกสารภาษาไทยมักต้องแปลและผ่านการรับรองคำแปลก่อนยื่น
  • ตรวจสอบสถานะภาคีและข้อกำหนดล่าสุดได้ที่ HCCH และกรมการกงสุลก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนดำเนินการ (โดยสังเขป)

ขั้นตอนผู้ดำเนินการ / หน่วยงานเอกสารที่ต้องใช้ระยะเวลาโดยประมาณ
1. ยืนยันว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกผู้ยื่น (ตรวจสอบจาก HCCH)ชื่อประเทศปลายทาง + ประเภทเอกสารประมาณ 1 วัน
2. เตรียมเอกสารมหาชนหรือรับรองลายมือชื่อเอกสารเอกชนหน่วยงานผู้ออกเอกสาร หรือทนายความผู้ทำคำรับรองฯต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานรับรองประมาณ 1–3 วันทำการ
3. แปลและรับรองคำแปล (กรณีเอกสารภาษาไทย)ผู้แปลที่ปลายทางยอมรับต้นฉบับ + สำเนาหนังสือเดินทางประมาณ 1–3 วันทำการ
4. ยื่นขอ Apostilleกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศเอกสารครบชุด + แบบคำร้องประมาณ 3–7 วันทำการ

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณและขึ้นอยู่กับคิวของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ โปรดตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเพิ่มเติม

เอกสารต่างประเทศจะนำมาใช้ในไทยต้องทำอย่างไร
เอกสารที่ออกในประเทศภาคีอนุสัญญาให้ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น แล้วนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลตามที่หน่วยงานผู้รับในประเทศไทยกำหนด
ประเทศไทยออก Apostille ได้แล้วหรือยัง
ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961) โดยอนุสัญญามีผลใช้บังคับกับไทยตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 (2026) หน่วยงานผู้ออก Apostille คือกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยใช้ระบบรับรองสองชั้น (กงสุล + สถานทูต)
Apostille ต่างจากการรับรองกงสุลอย่างไร
Apostille คือใบรับรองใบเดียวที่ใช้ได้กับทุกประเทศภาคีอนุสัญญาโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตอีก ส่วนการรับรองกงสุลแบบเดิมต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศแล้วยังต้องให้สถานทูตปลายทางรับรองซ้ำ
เอกสารประเภทใดขอ Apostille ได้
เอกสารราชการ เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองความประพฤติ และเอกสารการศึกษาที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด รวมถึงเอกสารเอกชนที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยผู้มีอำนาจตามที่กำหนด
ต้องแปลเอกสารก่อนขอ Apostille หรือไม่
โดยทั่วไปเอกสารราชการไทยต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและผ่านการรับรองคำแปลก่อน จึงนำไปขอรับรองที่กรมการกงสุลได้ ประเทศปลายทางบางแห่งอาจขอคำแปลเป็นภาษาราชการของตนเพิ่มเติม
Apostille มีอายุการใช้งานหรือไม่
ตัว Apostille ไม่ระบุวันหมดอายุ แต่ผู้รับเอกสารในต่างประเทศมักกำหนดอายุเอกสารต้นทางไว้ เช่น ไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือน จึงควรวางแผนเวลายื่นให้สอดคล้องกัน

เชื่อมโยงกับขั้นตอนอื่นที่เกี่ยวข้อง

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกแล้ว แต่เอกสารเอกชนหลายประเภทยังต้องผ่าน การรับรองลายมือชื่อโดยทนายความ Notary ก่อน จึงจะเข้าสู่ช่องทาง Apostille ได้ ส่วนเอกสารที่ปลายทางไม่รับ Apostille ยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ การรับรองโดยสถานทูตปลายทาง

อธิบายเชิงลึก: เงื่อนไขจริงและสาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับApostille

เรียบเรียงจากหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานผู้มีอำนาจประกาศไว้ ไม่ใช่ข้อความโฆษณา

Apostille ออกให้กับ “เอกสารมหาชน” เท่านั้น เอกสารเอกชน เช่น สัญญาหรือหนังสือมอบอำนาจส่วนบุคคล ต้องถูกทำให้เข้าสู่สถานะเอกสารมหาชนก่อน โดยผ่านการรับรองลายมือชื่อจากผู้มีอำนาจตามกฎหมายเสียก่อน

เงื่อนไขที่ต้องผ่านจริง

  • เอกสารต้องเป็นต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐไทย หรือเป็นเอกสารเอกชนที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อจนเข้าสู่สายทางการแล้ว
  • ชื่อบุคคลในเอกสารต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางที่จะใช้แสดงต่อหน่วยงานปลายทาง
  • เอกสารภาษาไทยที่ต้องใช้ในประเทศที่ใช้ภาษาอื่น ควรจัดทำคำแปลและนำคำแปลเข้าสู่สายการรับรองด้วย ไม่ใช่รับรองเฉพาะต้นฉบับ

สาเหตุที่พบบ่อยเมื่อถูกตีกลับ

  • ยื่นขอ Apostille สำหรับประเทศที่ไม่ใช่รัฐภาคี ทำให้ได้ใบรับรองที่ปลายทางไม่รับ และต้องเริ่มสายนิติกรณ์แบบเดิมใหม่
  • แปลเอกสารหลังจากได้ Apostille แล้ว ทำให้คำแปลอยู่นอกสายการรับรอง ปลายทางจึงถือว่าคำแปลไม่ได้รับการรับรอง

กรณีที่ปลายทางเป็นรัฐภาคีแต่หน่วยงานผู้รับยังขอการรับรองจากสถานทูต ให้ขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นหลักฐาน แล้วจัดเส้นทางเอกสารตามนั้น เพื่อไม่ให้ต้องทำซ้ำ

คำแนะนำจากผู้ปฏิบัติงานจริงการรับรองเอกสารแบบ Apostille

หน่วยงานผู้มีอำนาจ: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

คำแนะนำจากผู้ปฏิบัติงานจริง

  • ระยะเวลาดำเนินการโดยประมาณ 3–7 วันทำการ ขึ้นกับคิวของหน่วยงาน โปรดยืนยันก่อนวางแผนวันยื่น
  • ตรวจว่าเอกสารที่ยื่นเป็นฉบับที่หน่วยงานผู้ออกเพิ่งออกให้ ไม่ใช่สำเนาเก่าที่ถ่ายเก็บไว้
  • เก็บภาพถ่ายตรา Apostille ไว้ เพราะบางประเทศให้ตรวจสอบเลขที่ทะเบียนออนไลน์
  • ตรวจสอบก่อนว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก และสถานะมีผลใช้บังคับระหว่างสองประเทศจริง (ตรวจที่ตาราง status ของ HCCH)
  • เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือ affidavit ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความผู้ทำคำรับรองฯ ก่อน

ข้อควรระวัง — สาเหตุที่เอกสารมักถูกตีกลับ

  • ยื่นคำแปลที่ยังไม่ได้รับรองคำแปล
  • ใช้สำเนาที่ไม่ได้ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ
  • เข้าใจว่า Apostille รับรอง “เนื้อหา” ของเอกสาร ทั้งที่รับรองเพียงลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับ
  • ปลายทางขอคำแปลเป็นภาษาราชการของตน แต่เตรียมมาเฉพาะภาษาอังกฤษ
  • วางแผนกระชั้นโดยไม่เผื่อคิวหน่วยงาน

แหล่งอ้างอิงทางการ: www.hcch.net/en/instruments/conventions/status-table/?cid=41 · consular.mfa.go.th/th/publicservice/legalization

ข้อมูลเป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องใช้เส้นทางไหน สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

คำถามที่พบบ่อยเชิงลึกการรับรองเอกสารแบบ Apostille

คำตอบอ้างอิงหลักเกณฑ์ของหน่วยงานผู้มีอำนาจ ไม่ใช่ข้อความโฆษณา

กรณีใดในการรับรองเอกสารแบบ Apostilleที่ทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น

สาเหตุที่พบจริง: ใช้สำเนาที่ไม่ได้ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ควรตรวจสอบกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ควรระวังอะไรเป็นพิเศษเมื่อยื่นการรับรองเอกสารแบบ Apostilleให้หน่วยงานต่างประเทศ

สาเหตุที่พบจริง: เข้าใจว่า Apostille รับรอง “เนื้อหา” ของเอกสาร ทั้งที่รับรองเพียงลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับ หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ควรตรวจสอบกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ข้อผิดพลาดใดในการรับรองเอกสารแบบ Apostilleที่แก้ไขภายหลังได้ยากที่สุด

สาเหตุที่พบจริง: ปลายทางขอคำแปลเป็นภาษาราชการของตน แต่เตรียมมาเฉพาะภาษาอังกฤษ หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ควรตรวจสอบกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

มีกับดักอะไรในการรับรองเอกสารแบบ Apostilleที่ผู้ยื่นมักรู้ตัวช้าเกินไป

สาเหตุที่พบจริง: วางแผนกระชั้นโดยไม่เผื่อคิวหน่วยงาน หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ควรตรวจสอบกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

หน่วยงานใดเป็นผู้มีอำนาจในการรับรองเอกสารแบบ Apostille

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานผู้มีอำนาจหลักสำหรับการรับรองเอกสารแบบ Apostille การรับรองหรือการยื่นที่ไม่ผ่านหน่วยงานที่ปลายทางกำหนด อาจไม่ถูกยอมรับแม้เอกสารจะถูกต้องในเชิงเนื้อหา ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

จะตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดของการรับรองเอกสารแบบ Apostilleได้จากแหล่งใด

ตรวจสอบจากประกาศของ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยตรง แหล่งอ้างอิงทางการที่เราใช้ประกอบหน้านี้คือ https://www.hcch.net/en/instruments/conventions/status-table/?cid=41 · https://consular.mfa.go.th/th/publicservice/legalization เนื่องจากหลักเกณฑ์อาจปรับปรุงได้ตลอด จึงควรอ่านฉบับล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ถ้ากรณีของเรามีเงื่อนไขเฉพาะ ควรดำเนินการอย่างไรกับการรับรองเอกสารแบบ Apostille

กรณีเฉพาะ เช่น ชื่อไม่ตรงกันระหว่างเอกสาร เอกสารออกจากต่างประเทศ หรือกำหนดยื่นกระชั้น ควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจชุดเอกสารก่อน แล้วยืนยันเงื่อนไขกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ อีกครั้ง สอบถามรายละเอียดและระยะเวลาได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล (เราไม่ประกาศราคาไว้บนหน้าเว็บ เพราะขึ้นกับชนิดเอกสารและปลายทาง) ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

การรับรองเอกสารแบบ Apostilleใช้เวลาดำเนินการนานเท่าใด

ระยะเวลาไม่คงที่ เพราะขึ้นกับคิวและหลักเกณฑ์ของ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ชนิดเอกสาร และหน่วยงานปลายทางที่จะรับเรื่อง เราจึงไม่ประกาศตัวเลขตายตัวไว้บนหน้าเว็บ แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือเผื่อเวลาก่อนกำหนดยื่นจริง และสอบถามคิวปัจจุบันกับเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนวางแผนเดินทาง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

กรณีของคุณอาจมีเงื่อนไขเฉพาะ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

094-895-8999LINE @ThainotaryNotary@ilc.ltd

แหล่งอ้างอิงทางการ: www.hcch.net · consular.mfa.go.th

ไปต่อที่บริการที่เกี่ยวข้อง

เส้นทางที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ต่อจากหน้านี้ — สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลได้ทุกขั้นตอน

สถานะอนุสัญญา Apostille ของประเทศไทย (ตรวจสอบล่าสุด 30 ก.ค. 2569)

ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางตามขั้นตอนเดิม

ปัจจุบัน (ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านขั้นตอนเดิม คือ แปลรับรอง → รับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรอง → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทาง

เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารมหาชนของไทยที่ส่งไปยังประเทศภาคี (รวม 130 ประเทศ) จะใช้ใบ Apostille จากกรมการกงสุลเพียงใบเดียว โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตปลายทางอีก

แหล่งอ้างอิง: HCCH (องค์กรผู้เก็บรักษาอนุสัญญา) Thailand accedes to the 1961 Apostille Convention

ใบอนุญาตและการขึ้นทะเบียนที่ตรวจสอบได้

การคุ้มครองผู้ใช้บริการและการรับประกันงาน

  • รับประกันแก้ไขงานให้ใหม่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากหน่วยงานผู้รับเรื่องปฏิเสธในการยื่นครั้งแรกจากความผิดพลาดของเรา
  • แจ้งค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
  • รักษาความลับของเอกสารภายใต้ข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ติดต่อสอบถามและขอใบเสนอราคาได้โดยตรงทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

อ่านฉบับเต็มได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อกำหนดการให้บริการ

กรณีศึกษาจำลองจากลักษณะงานที่พบบ่อย ไม่ใช่ลูกค้ารายบุคคล และไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลจริง

หนังสือรับรองบริษัท จากระยอง เพื่อจดทะเบียนสมรสต่างประเทศ

ผู้ยื่นสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยจากระยอง · ชื่อ-สกุลในเอกสารเก่าสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทางปัจจุบัน

สิ่งที่เราดูแลให้: ตรวจความครบถ้วนของเอกสารต้นทางและแจ้งรายการที่ต้องคัดใหม่ก่อนเริ่มงาน · ประสานนัดหมายวันลงนาม/วันยื่น และแจ้งเอกสารที่ต้องนำติดตัว · จัดทำคำแปลและตรวจทานการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร

สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: คำแปลต้องรับรองโดยใคร จึงจะถูกยอมรับที่ปลายทาง

กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 3–7 วันทำการ

หนังสือมอบอำนาจ จากสิงคโปร์ เพื่อยื่นขอถิ่นที่อยู่

ชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยจากสิงคโปร์ · ชื่อ-สกุลในเอกสารเก่าสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทางปัจจุบัน

สิ่งที่เราดูแลให้: ตรวจความครบถ้วนของเอกสารต้นทางและแจ้งรายการที่ต้องคัดใหม่ก่อนเริ่มงาน · จัดชุดไฟล์สแกนและต้นฉบับส่งคืนพร้อมคำอธิบายวิธียื่น · วางลำดับสายรับรองให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง · จัดทำคำแปลและตรวจทานการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร

สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: ถ้าอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ต้องเดินทางมาด้วยตนเองไหม

กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 7–14 วันทำการ

หนังสือรับรองความประพฤติ จากอยุธยา เพื่อใช้ในประเทศภาคีอนุสัญญาเฮก

ผู้แทนนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยจากอยุธยา · ชื่อ-สกุลในเอกสารเก่าสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทางปัจจุบัน

สิ่งที่เราดูแลให้: ตรวจความครบถ้วนของเอกสารต้นทางและแจ้งรายการที่ต้องคัดใหม่ก่อนเริ่มงาน · จัดชุดไฟล์สแกนและต้นฉบับส่งคืนพร้อมคำอธิบายวิธียื่น · วางลำดับสายรับรองให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง · จัดทำคำแปลและตรวจทานการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร

สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: ถ้าปลายทางไม่รับเอกสารชุดนี้ จะต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดหรือไม่

กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 3–7 วันทำการ

ดูกรณีศึกษาทั้งหมดของบริการนี้การรับรองเอกสารแบบ Apostille

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงระเบียบและประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นเอกสาร