Skip to main content
NYC Legal & Notary
NPT Notary Public Thailand
บริการแปลและรับรองนิติกรณ์

ตรวจทานล่าสุด: · โดย ทีมบรรณาธิการ NPT

ตรวจทานโดย ทีมบรรณาธิการ NPTEditorial & Compliance Teamผ่านการตรวจทานโดยกองบรรณาธิการ
Apostille • Q&A • Answered by NSA Lawyer

How much does an Apostille cost in Thailand?

Quick Answer

Apostille in Thailand starts at สอบถามราคา per document via NPT (includes MFA Chaeng Watthana submission + certified translation). Standard 3–5 business days; same-day rush available. Thailand acceded on 30 June 2026; the Convention enters into force for Thailand on 28 Feb 2027.

Detailed Answer

Thailand acceded to the Hague Apostille Convention on 30 June 2026, bringing it to 130 Contracting Parties; it enters into force for Thailand on 28 February 2027. The Department of Consular Affairs (MFA) at Chaeng Watthana, Bangkok is the Competent Authority. NPT's all-in Apostille package starts at สอบถามราคา per document and typically lands at สอบถามราคา depending on document type and whether NSA pre-notarization or certified translation is needed. Standard processing is 3–5 business days; rush same-day available at สอบถามราคา+. The Apostille replaces the old two-step MFA + foreign-embassy legalization for the 125+ Hague countries (USA, UK, Germany, France, Australia, Japan, Korea, China-HK, etc.). For non-Hague countries (UAE, Saudi Arabia, Vietnam) traditional consular legalization is still required.

Free consult — real NSA lawyer
Get your fixed quote & document check

ประเด็นสำคัญ

  • ใช้ได้เฉพาะระหว่างประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญาเฮกทั้งสองฝ่าย
  • เอกสารต้องเป็นเอกสารมหาชน หรือเอกสารเอกชนที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความผู้ทำคำรับรองฯ ก่อน
  • เอกสารภาษาไทยมักต้องแปลและผ่านการรับรองคำแปลก่อนยื่น
  • ตรวจสอบสถานะภาคีและข้อกำหนดล่าสุดได้ที่ HCCH และกรมการกงสุลก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนดำเนินการ (โดยสังเขป)

ขั้นตอนผู้ดำเนินการ / หน่วยงานเอกสารที่ต้องใช้ระยะเวลาโดยประมาณ
1. ยืนยันว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกผู้ยื่น (ตรวจสอบจาก HCCH)ชื่อประเทศปลายทาง + ประเภทเอกสารประมาณ 1 วัน
2. เตรียมเอกสารมหาชนหรือรับรองลายมือชื่อเอกสารเอกชนหน่วยงานผู้ออกเอกสาร หรือทนายความผู้ทำคำรับรองฯต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานรับรองประมาณ 1–3 วันทำการ
3. แปลและรับรองคำแปล (กรณีเอกสารภาษาไทย)ผู้แปลที่ปลายทางยอมรับต้นฉบับ + สำเนาหนังสือเดินทางประมาณ 1–3 วันทำการ
4. ยื่นขอ Apostilleกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศเอกสารครบชุด + แบบคำร้องประมาณ 3–7 วันทำการ

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณและขึ้นอยู่กับคิวของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ โปรดตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเพิ่มเติม

ต้องแปลเอกสารก่อนขอ Apostille หรือไม่
โดยทั่วไปเอกสารราชการไทยต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและผ่านการรับรองคำแปลก่อน จึงนำไปขอรับรองที่กรมการกงสุลได้ ประเทศปลายทางบางแห่งอาจขอคำแปลเป็นภาษาราชการของตนเพิ่มเติม
Apostille มีอายุการใช้งานหรือไม่
ตัว Apostille ไม่ระบุวันหมดอายุ แต่ผู้รับเอกสารในต่างประเทศมักกำหนดอายุเอกสารต้นทางไว้ เช่น ไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือน จึงควรวางแผนเวลายื่นให้สอดคล้องกัน
ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาต้องทำอย่างไร
ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคี เช่น หลายประเทศในตะวันออกกลางและบางประเทศในเอเชีย ยังต้องใช้การรับรองสองชั้นตามเดิม คือรับรองที่กรมการกงสุลแล้วนำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในประเทศไทย
ยื่นขอ Apostille แทนกันได้ไหม
สามารถมอบอำนาจให้ผู้แทนยื่นได้ โดยต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจตามแบบที่กรมการกงสุลกำหนด สอบถามรายละเอียดและขอบเขตงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
เอกสารต่างประเทศจะนำมาใช้ในไทยต้องทำอย่างไร
เอกสารที่ออกในประเทศภาคีอนุสัญญาให้ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น แล้วนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลตามที่หน่วยงานผู้รับในประเทศไทยกำหนด
ประเทศไทยออก Apostille ได้แล้วหรือยัง
ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961) โดยอนุสัญญามีผลใช้บังคับกับไทยตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 (2026) หน่วยงานผู้ออก Apostille คือกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยใช้ระบบรับรองสองชั้น (กงสุล + สถานทูต)

เชื่อมโยงกับขั้นตอนอื่นที่เกี่ยวข้อง

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกแล้ว แต่เอกสารเอกชนหลายประเภทยังต้องผ่าน การรับรองลายมือชื่อโดยทนายความ Notary ก่อน จึงจะเข้าสู่ช่องทาง Apostille ได้ ส่วนเอกสารที่ปลายทางไม่รับ Apostille ยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ การรับรองโดยสถานทูตปลายทาง

อธิบายเชิงลึก: เงื่อนไขจริงและสาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับApostille

เรียบเรียงจากหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานผู้มีอำนาจประกาศไว้ ไม่ใช่ข้อความโฆษณา

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการเรียกร้องให้ทำนิติกรณ์เอกสารมหาชนต่างประเทศ ทำให้เอกสารมหาชนของไทยสามารถใช้ในประเทศภาคีอื่นได้ด้วยใบรับรอง Apostille แทนการรับรองซ้อนที่สถานทูต อย่างไรก็ตาม Apostille รับรองเฉพาะที่มาของเอกสาร ลายมือชื่อ และตราประทับ ไม่ได้รับรองเนื้อหา

เงื่อนไขที่ต้องผ่านจริง

  • หน่วยงานปลายทางบางแห่งกำหนดอายุเอกสารนับจากวันออก ไม่ใช่นับจากวันที่ออก Apostille
  • เอกสารต้องเป็นต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐไทย หรือเป็นเอกสารเอกชนที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อจนเข้าสู่สายทางการแล้ว
  • ชื่อบุคคลในเอกสารต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางที่จะใช้แสดงต่อหน่วยงานปลายทาง

สาเหตุที่พบบ่อยเมื่อถูกตีกลับ

  • ยื่นขอ Apostille สำหรับประเทศที่ไม่ใช่รัฐภาคี ทำให้ได้ใบรับรองที่ปลายทางไม่รับ และต้องเริ่มสายนิติกรณ์แบบเดิมใหม่
  • แปลเอกสารหลังจากได้ Apostille แล้ว ทำให้คำแปลอยู่นอกสายการรับรอง ปลายทางจึงถือว่าคำแปลไม่ได้รับการรับรอง

กรณีที่ปลายทางเป็นรัฐภาคีแต่หน่วยงานผู้รับยังขอการรับรองจากสถานทูต ให้ขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นหลักฐาน แล้วจัดเส้นทางเอกสารตามนั้น เพื่อไม่ให้ต้องทำซ้ำ

คำแนะนำจากผู้ปฏิบัติงานจริงการรับรองเอกสารแบบ Apostille

หน่วยงานผู้มีอำนาจ: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

คำแนะนำจากผู้ปฏิบัติงานจริง

  • ตรวจว่าเอกสารที่ยื่นเป็นฉบับที่หน่วยงานผู้ออกเพิ่งออกให้ ไม่ใช่สำเนาเก่าที่ถ่ายเก็บไว้
  • เก็บภาพถ่ายตรา Apostille ไว้ เพราะบางประเทศให้ตรวจสอบเลขที่ทะเบียนออนไลน์
  • ตรวจสอบก่อนว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก และสถานะมีผลใช้บังคับระหว่างสองประเทศจริง (ตรวจที่ตาราง status ของ HCCH)
  • เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือ affidavit ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความผู้ทำคำรับรองฯ ก่อน
  • เอกสารภาษาไทยส่วนใหญ่ต้องแปลและรับรองคำแปลก่อนขอ Apostille

ข้อควรระวัง — สาเหตุที่เอกสารมักถูกตีกลับ

  • วางแผนกระชั้นโดยไม่เผื่อคิวหน่วยงาน
  • ขอ Apostille ไปยังประเทศที่ไม่ใช่ภาคี ทำให้ปลายทางปฏิเสธเอกสาร
  • ยื่นเอกสารเอกชนโดยไม่ผ่านการรับรองลายมือชื่อก่อน
  • ยื่นคำแปลที่ยังไม่ได้รับรองคำแปล
  • ใช้สำเนาที่ไม่ได้ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ

แหล่งอ้างอิงทางการ: www.hcch.net/en/instruments/conventions/status-table/?cid=41 · consular.mfa.go.th/th/publicservice/legalization

ข้อมูลเป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องใช้เส้นทางไหน สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

คำถามที่พบบ่อยเชิงลึกการรับรองเอกสารแบบ Apostille

คำตอบอ้างอิงหลักเกณฑ์ของหน่วยงานผู้มีอำนาจ ไม่ใช่ข้อความโฆษณา

หน่วยงานใดเป็นผู้มีอำนาจในการรับรองเอกสารแบบ Apostille

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานผู้มีอำนาจหลักสำหรับการรับรองเอกสารแบบ Apostille การรับรองหรือการยื่นที่ไม่ผ่านหน่วยงานที่ปลายทางกำหนด อาจไม่ถูกยอมรับแม้เอกสารจะถูกต้องในเชิงเนื้อหา ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

จะตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดของการรับรองเอกสารแบบ Apostilleได้จากแหล่งใด

ตรวจสอบจากประกาศของ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยตรง แหล่งอ้างอิงทางการที่เราใช้ประกอบหน้านี้คือ https://www.hcch.net/en/instruments/conventions/status-table/?cid=41 · https://consular.mfa.go.th/th/publicservice/legalization เนื่องจากหลักเกณฑ์อาจปรับปรุงได้ตลอด จึงควรอ่านฉบับล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ถ้ากรณีของเรามีเงื่อนไขเฉพาะ ควรดำเนินการอย่างไรกับการรับรองเอกสารแบบ Apostille

กรณีเฉพาะ เช่น ชื่อไม่ตรงกันระหว่างเอกสาร เอกสารออกจากต่างประเทศ หรือกำหนดยื่นกระชั้น ควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจชุดเอกสารก่อน แล้วยืนยันเงื่อนไขกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ อีกครั้ง สอบถามรายละเอียดและระยะเวลาได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล (เราไม่ประกาศราคาไว้บนหน้าเว็บ เพราะขึ้นกับชนิดเอกสารและปลายทาง) ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

การรับรองเอกสารแบบ Apostilleใช้เวลาดำเนินการนานเท่าใด

ระยะเวลาไม่คงที่ เพราะขึ้นกับคิวและหลักเกณฑ์ของ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ชนิดเอกสาร และหน่วยงานปลายทางที่จะรับเรื่อง เราจึงไม่ประกาศตัวเลขตายตัวไว้บนหน้าเว็บ แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือเผื่อเวลาก่อนกำหนดยื่นจริง และสอบถามคิวปัจจุบันกับเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนวางแผนเดินทาง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ได้จากการรับรองเอกสารแบบ Apostilleมีอายุการใช้งานหรือไม่

อายุการใช้งานไม่ได้กำหนดโดยผู้ให้บริการ แต่กำหนดโดยหน่วยงานที่รับเรื่องปลายทาง หลายแห่งรับเฉพาะเอกสารที่ออกใหม่ภายในช่วงเวลาหนึ่ง จึงควรสอบถามเกณฑ์ของปลายทางก่อน แล้วจึงเริ่มขั้นตอนกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุระหว่างรอคิว ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ต้องไปดำเนินการการรับรองเอกสารแบบ Apostilleด้วยตนเองหรือมอบอำนาจได้

บางขั้นตอนต้องให้เจ้าของเอกสารลงนามหรือแสดงตนเอง บางขั้นตอนมอบอำนาจได้ ขึ้นกับหลักเกณฑ์ของ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และชนิดของเอกสาร ควรยืนยันเงื่อนไขก่อนนัดหมาย เพื่อไม่ให้เดินทางไปแล้วยื่นไม่ได้ หากไม่แน่ใจ สอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ทำไมหน้านี้จึงไม่แสดงราคาของการรับรองเอกสารแบบ Apostille

ขอบเขตงานต่างกันมากในแต่ละเคส ทั้งจำนวนหน้า ภาษา จำนวนรอบการรับรอง และค่าธรรมเนียมราชการที่ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เรียกเก็บตามประกาศ การประกาศตัวเลขเดียวจึงอาจทำให้เข้าใจผิด เราจึงให้ประเมินตามเอกสารจริง ส่งรายละเอียดมาทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลเพื่อรับการประเมินที่ตรงกับกรณีของคุณ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

เตรียมเอกสารสำหรับการรับรองเอกสารแบบ Apostilleอย่างไรให้ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก

ตรวจสอบก่อนว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก และสถานะมีผลใช้บังคับระหว่างสองประเทศจริง (ตรวจที่ตาราง status ของ HCCH) — โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจคือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

กรณีของคุณอาจมีเงื่อนไขเฉพาะ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

094-895-8999LINE @ThainotaryNotary@ilc.ltd

แหล่งอ้างอิงทางการ: www.hcch.net · consular.mfa.go.th

ไปต่อที่บริการที่เกี่ยวข้อง

เส้นทางที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ต่อจากหน้านี้ — สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลได้ทุกขั้นตอน

สถานะอนุสัญญา Apostille ของประเทศไทย (ตรวจสอบล่าสุด 30 ก.ค. 2569)

ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางตามขั้นตอนเดิม

ปัจจุบัน (ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านขั้นตอนเดิม คือ แปลรับรอง → รับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรอง → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทาง

เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารมหาชนของไทยที่ส่งไปยังประเทศภาคี (รวม 130 ประเทศ) จะใช้ใบ Apostille จากกรมการกงสุลเพียงใบเดียว โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตปลายทางอีก

แหล่งอ้างอิง: HCCH (องค์กรผู้เก็บรักษาอนุสัญญา) Thailand accedes to the 1961 Apostille Convention

ใบอนุญาตและการขึ้นทะเบียนที่ตรวจสอบได้

การคุ้มครองผู้ใช้บริการและการรับประกันงาน

  • รับประกันแก้ไขงานให้ใหม่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากหน่วยงานผู้รับเรื่องปฏิเสธในการยื่นครั้งแรกจากความผิดพลาดของเรา
  • แจ้งค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
  • รักษาความลับของเอกสารภายใต้ข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ติดต่อสอบถามและขอใบเสนอราคาได้โดยตรงทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

อ่านฉบับเต็มได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อกำหนดการให้บริการ

กรณีศึกษาจำลองจากลักษณะงานที่พบบ่อย ไม่ใช่ลูกค้ารายบุคคล และไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลจริง

เอกสารทะเบียนราษฎร จากนนทบุรี เพื่อจดทะเบียนสมรสต่างประเทศ

ผู้แทนนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยจากนนทบุรี · มีกำหนดเดินทาง/กำหนดยื่นที่กระชั้น ต้องจัดลำดับงานใหม่

สิ่งที่เราดูแลให้: ติดตามสถานะระหว่างขั้นตอนและแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ · จัดทำคำแปลและตรวจทานการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร · ประสานนัดหมายวันลงนาม/วันยื่น และแจ้งเอกสารที่ต้องนำติดตัว

สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: คำแปลต้องรับรองโดยใคร จึงจะถูกยอมรับที่ปลายทาง

กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 7–14 วันทำการ

เอกสารการศึกษา จากเยอรมนี เพื่อยื่นขอถิ่นที่อยู่

ผู้ยื่นสัญชาติไทยที่ทำงานอยู่ต่างประเทศจากเยอรมนี · เอกสารบางฉบับคัดไว้นานเกินเกณฑ์อายุที่ปลายทางกำหนด

สิ่งที่เราดูแลให้: จัดทำคำแปลและตรวจทานการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร · วางลำดับสายรับรองให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง · ติดตามสถานะระหว่างขั้นตอนและแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ

สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: ลำดับขั้นตอนใดทำก่อน-หลัง จึงจะไม่ต้องย้อนกลับไปทำซ้ำ

กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 10–20 วันทำการ

หนังสือรับรองบริษัท จากสุราษฎร์ธานี เพื่อใช้ในประเทศภาคีอนุสัญญาเฮก

ผู้ยื่นสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยจากสุราษฎร์ธานี · ชื่อ-สกุลในเอกสารเก่าสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทางปัจจุบัน

สิ่งที่เราดูแลให้: ตรวจความครบถ้วนของเอกสารต้นทางและแจ้งรายการที่ต้องคัดใหม่ก่อนเริ่มงาน · จัดชุดไฟล์สแกนและต้นฉบับส่งคืนพร้อมคำอธิบายวิธียื่น · ติดตามสถานะระหว่างขั้นตอนและแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ · ประสานนัดหมายวันลงนาม/วันยื่น และแจ้งเอกสารที่ต้องนำติดตัว

สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: คำแปลต้องรับรองโดยใคร จึงจะถูกยอมรับที่ปลายทาง

กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 7–14 วันทำการ

ดูกรณีศึกษาทั้งหมดของบริการนี้การรับรองเอกสารแบบ Apostille

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงระเบียบและประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นเอกสาร