คู่มือปฏิบัติ: ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)
ขอหนังสือรับรองความประพฤติและรับรองต่อเนื่อง — รวมโดยประมาณ 15–35 วันทำการ. ระยะเวลาเป็นช่วงโดยประมาณ ขึ้นกับคิวของหน่วยงานและความครบถ้วนของเอกสาร
การขอหนังสือรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate) พร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือสรุปคำตอบสั้น: ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) ต้องทำอะไรบ้าง
ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) คือขั้นตอน ขอหนังสือรับรองความประพฤติและรับรองต่อเนื่อง โดยต้องเตรียมเอกสารหลัก 6 รายการ เริ่มจากหนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าข้อมูลส่วนบุคคล จากนั้นดำเนินการ 6 ขั้นตอน ตั้งแต่ตรวจว่าปลายทางต้องการหนังสือรับรองความประพฤติแบบใดและระบุประเทศใด จนถึงดำเนินการรับรองต่อ เช่น แปล กรมการกงสุล หรือสถานทูต ตามที่ปลายทางกำหนด รวมโดยประมาณ 15–35 วันทำการ ผู้รับรองคือทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ และเอกสารที่ต้องใช้ต่างประเทศต้องผ่านการรับรองต่อเนื่องตามลำดับของหน่วยงานปลายทาง
ตารางข้อเท็จจริงหลัก
| บริการ | ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) |
|---|
| จำนวนเอกสารหลักที่ต้องใช้ | 6 |
|---|
| เอกสารตั้งต้นที่ขาดไม่ได้ | หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าข้อมูลส่วนบุคคล |
|---|
| จำนวนขั้นตอน | 6 |
|---|
| ขั้นตอนแรก | ตรวจว่าปลายทางต้องการหนังสือรับรองความประพฤติแบบใดและระบุประเทศใด (1 วันทำการ) |
|---|
| ขั้นตอนสุดท้าย | ดำเนินการรับรองต่อ เช่น แปล กรมการกงสุล หรือสถานทูต ตามที่ปลายทางกำหนด (3–10 วันทำการ) |
|---|
| กรอบเวลารวมโดยประมาณ | รวมโดยประมาณ 15–35 วันทำการ |
|---|
| ผู้ลงนามรับรอง | ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (NSA) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ |
|---|
| พื้นที่ให้บริการ | กรุงเทพฯ 50 เขต และ 77 จังหวัดทั่วประเทศ (รับ–ส่งเอกสารทางไปรษณีย์/ขนส่งด่วน) |
|---|
| ภาษาที่รองรับ | มากกว่า 60 ภาษา |
|---|
| ช่องทางติดต่อ | โทร 094-895-8999 · LINE @Thainotary · อีเมล Notary@ilc.ltd |
|---|
ทุกกรอบเวลาเป็นค่าประมาณจากคิวจริงของหน่วยงาน ไม่ใช่คำรับประกัน และควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนวางแผนเดินทางหรือกำหนดวันยื่น
รายการเอกสารที่ต้องเตรียม
- หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าข้อมูลส่วนบุคคล
- บัตรประชาชน (สำหรับผู้มีสัญชาติไทย)
- แผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือที่จัดทำตามแบบของหน่วยงานตรวจสอบประวัติ
- หลักฐานวัตถุประสงค์ เช่น หนังสือเรียกจากหน่วยงานปลายทางหรือแบบฟอร์มวีซ่า
- หลักฐานที่อยู่ในประเทศไทยและช่วงเวลาที่พำนัก (กรณีชาวต่างชาติ)
- หนังสือมอบอำนาจ หากดำเนินการแทนขณะอยู่ต่างประเทศ
ขั้นตอนดำเนินการ
1. ตรวจว่าปลายทางต้องการหนังสือรับรองความประพฤติแบบใดและระบุประเทศใด
กรอบเวลาโดยประมาณ: 1 วันทำการ
2. จัดทำแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือให้ถูกแบบและอ่านค่าได้ชัดเจน
กรอบเวลาโดยประมาณ: 1–2 วันทำการ
3. ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานวัตถุประสงค์และเอกสารประจำตัว
กรอบเวลาโดยประมาณ: 1 วันทำการ
4. รอผลการตรวจสอบประวัติจากฐานข้อมูลของหน่วยงาน
กรอบเวลาโดยประมาณ: 10–25 วันทำการ
5. รับหนังสือรับรองและตรวจการสะกดชื่อ วันเกิด และเลขหนังสือเดินทาง
กรอบเวลาโดยประมาณ: 1 วันทำการ
6. ดำเนินการรับรองต่อ เช่น แปล กรมการกงสุล หรือสถานทูต ตามที่ปลายทางกำหนด
กรอบเวลาโดยประมาณ: 3–10 วันทำการ
คำแนะนำ
- เตรียม “หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าข้อมูลส่วนบุคคล” ให้พร้อมก่อนเริ่ม เพราะเป็นจุดที่ทำให้งานล่าช้าบ่อยที่สุด
- ตรวจการสะกดชื่อ–นามสกุลในทุกฉบับให้ตรงกับหนังสือเดินทางก่อนส่ง
- ยืนยันกับหน่วยงานปลายทางว่ารับรูปแบบใด ก่อนถึงขั้น “ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานวัตถุประสงค์และเอกสารประจำตัว”
- เผื่อเวลารวม รวมโดยประมาณ 15–35 วันทำการ และวันหยุดราชการทั้งสองประเทศ
ข้อควรระวัง
- ใช้สำเนาเก่าหรือฉบับถ่ายเอกสารแทน “หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าข้อมูลส่วนบุคคล” — หลายหน่วยงานปฏิเสธทันที
- ข้ามขั้น “จัดทำแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือให้ถูกแบบและอ่านค่าได้ชัดเจน” แล้วไปยื่นขั้นถัดไปเลย ทำให้ต้องเริ่มคิวใหม่ทั้งชุด
- แปลชื่อเฉพาะไม่ตรงกันระหว่างเอกสารแต่ละฉบับในชุดเดียวกัน
- นับกรอบเวลาจากวันที่ส่งเอกสาร แทนที่จะนับจากวันที่หน่วยงานรับเรื่องครบถ้วน
เปรียบเทียบกับบริการใกล้เคียง
ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) ใช้เอกสาร 6 รายการ 6 ขั้นตอน กรอบเวลา รวมโดยประมาณ 15–35 วันทำการ จุดที่ทำให้ต่างจากจดทะเบียนสมรสและสถานะบุคคล และ หนังสือรับรองการมีชีวิต/บำนาญ และ บริการชาวต่างชาติในไทยคือขั้น “ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานวัตถุประสงค์และเอกสารประจำตัว” ซึ่งเส้นทางอื่นใช้ขั้นตอนต่างออกไป (จดทะเบียนสมรสและสถานะบุคคล: นำคำแปลไปรับรองที่กรมการกงสุล · หนังสือรับรองการมีชีวิต/บำนาญ: ตรวจตัวตนด้วยหนังสือเดินทางฉบับจริงและบันทึกวันที่รับรอง · บริการชาวต่างชาติในไทย: เตรียมหลักฐานที่พักและหลักฐานการเงินให้ตรงเงื่อนไข)
| บริการ | เหมาะกับ | เอกสารหลัก | เอกสาร/ขั้นตอน | กรอบเวลา |
|---|
| ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) | ขอหนังสือรับรองความประพฤติและรับรองต่อเนื่อง | หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าข้อมูลส่วนบุคคล | 6 / 6 | รวมโดยประมาณ 15–35 วันทำการ |
| จดทะเบียนสมรสและสถานะบุคคล | หนังสือรับรองโสด การจดทะเบียน และการรับรองต่อเนื่อง | หนังสือเดินทางและบัตรประชาชนของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย | 6 / 6 | รวมโดยประมาณ 7–15 วันทำการ |
| หนังสือรับรองการมีชีวิต/บำนาญ | เอกสารยืนยันการมีชีวิตสำหรับกองทุนบำนาญต่างประเทศ | หนังสือรับรองการมีชีวิต (life certificate) ตามแบบของกองทุนปลายทาง | 6 / 6 | รวมโดยประมาณ 3–7 วันทำการ |
| บริการชาวต่างชาติในไทย | การต่ออายุ รายงานตัว และเอกสารประจำปี | หนังสือเดินทางพร้อมหน้าวีซ่าและตราประทับเข้าเมืองล่าสุด | 6 / 6 | รอบดำเนินการโดยประมาณ 5–12 วันทำการ |
ข้อมูลในตารางอ้างอิงจากขั้นตอนจริงของแต่ละบริการ กรอบเวลาเป็นช่วงโดยประมาณตามคิวของหน่วยงาน
ไทม์ไลน์จริงแบบทีละขั้น
จำนวนวันทำการของแต่ละขั้นตอน แยกชัดว่าขั้นไหนเราทำเองและขั้นไหนหน่วยงานราชการเป็นผู้กำหนดเวลา แนะนำให้นับถอยหลังจากวันที่ต้องใช้เอกสารโดยใช้ตัวเลขสูงสุด ไม่ใช่ตัวเลขต่ำสุด
| ขั้นตอน | ใครกำหนดเวลา | วันทำการ |
|---|
| 1. ตรวจประวัติและออกหนังสือรับรองความประพฤติ (สตช.)หนังสือรับรองความประพฤติ (สตช. กองบัญชาการตำรวจสันติบาล): โดยทั่วไปประมาณ 20–30 วันทำการหลังยื่นครบถ้วนpcscenter.sbpolice.go.th | หน่วยงานราชการสตช. ไม่ได้ประกาศกำหนดเวลาตายตัว กรณีชาวต่างชาติหรือกรณีที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมอาจนานกว่านี้ NPT ไม่สามารถเร่งผลการตรวจสอบได้ | 20–30 วันทำการ |
| 2. แปลพร้อมคำรับรองนักแปลแปลพร้อมคำรับรองนักแปล: 1–3 วันทำการ ตามจำนวนหน้าและคู่ภาษา | ทีมงานของเรางานเร่งด่วนพิจารณาเป็นรายกรณีตามคิวนักแปลของคู่ภาษานั้น | 1–3 วันทำการ |
| 3. รับรองนิติกรณ์ กรมการกงสุล (บริการปกติ)นิติกรณ์กรมการกงสุล (บริการปกติ): รับเอกสารภายใน 3 วันทำการ นับรวมวันยื่นคำร้องconsular.mfa.go.th | หน่วยงานราชการกรอบเวลานี้กรมการกงสุลเป็นผู้กำหนด อาจขยายได้ตามปริมาณคิวและผลการตรวจเอกสาร | 3 วันทำการ |
รวมโดยประมาณ: 24–36 วันทำการ
ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 5 วันทำการก่อนวันเดินทาง วันนัดศาล หรือวันยื่นเอกสาร หากต้องส่งเอกสารออกต่างประเทศให้เผื่อมากกว่านั้น
เป็นการประมาณการจากระยะเวลาที่ประกาศหรือพบจริง ณ วันตรวจสอบล่าสุด ขั้นตอนที่หน่วยงานราชการควบคุมอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า และอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา
ค่าธรรมเนียมราชการอย่างเป็นทางการ
อัตราที่หน่วยงานราชการไทยเรียกเก็บสำหรับงานนี้ ชำระให้หน่วยงานโดยตรง ไม่ใช่ค่าบริการของเรา เราแสดงไว้เพื่อให้คุณประเมินค่าใช้จ่ายรวมได้ก่อนเริ่มงาน
| หน่วยงาน | คิดตาม | ปกติ | ด่วน | กรอบเวลาตามประกาศ |
|---|
กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แหล่งอ้างอิง | ฉบับ (ภาษาไทย) | สอบถามราคา | ไม่มีอัตราด่วน | โดยทั่วไป 7–15 วันทำการ ขึ้นกับปริมาณงานของหน่วยงาน |
กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แหล่งอ้างอิง | ฉบับ (ภาษาอังกฤษ) | สอบถามราคา | ไม่มีอัตราด่วน | โดยทั่วไป 7–15 วันทำการ ขึ้นกับปริมาณงานของหน่วยงาน |
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แหล่งอ้างอิง | ฉบับ (ตรานิติกรณ์) | สอบถามราคา | สอบถามราคา | ปกติ 2 วันทำการ / ด่วน 1 วันทำการ |
ตรวจสอบล่าสุด: 2026-07-31 — อัตราค่าธรรมเนียมราชการข้างต้นตรวจสอบล่าสุดเมื่อ 2026-07-31 โปรดยืนยันกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องก่อนยื่น เนื่องจากหน่วยงานอาจปรับอัตราได้
ค่าบริการของเราเสนอราคาแยกเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานที่มีค่าใช้จ่ายทุกครั้ง
ส่งตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)ไปใช้ที่ประเทศปลายทาง: เส้นทางรับรองที่ใช้ได้จริง
ตารางนี้สรุปว่าเอกสารในงานตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) ที่ออกในประเทศไทย ต้องผ่านเส้นทางรับรองแบบใดจึงจะถูกยอมรับในแต่ละประเทศปลายทาง ณ วันนี้ และจะเปลี่ยนอย่างไรหลังอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570
| ประเทศปลายทาง | เส้นทางที่ใช้วันนี้ | ตั้งแต่ 28 ก.พ. 2570 | ข้อสังเกตฝั่งผู้รับ |
|---|
| ออสเตรเลียเป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 1995-03-16) | รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง | Apostille ใบเดียว | เอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)ต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น ออสเตรเลีย จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด |
|---|
| ญี่ปุ่นเป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 1970-07-27) | รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง | Apostille ใบเดียว | เอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)ต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น ญี่ปุ่น จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด |
|---|
| เกาหลีใต้เป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 2007-07-14) | รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง | Apostille ใบเดียว | เอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)ต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น เกาหลีใต้ จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด |
|---|
| จีนเป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 2023-11-07) | รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง | Apostille ใบเดียว | เอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)ต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น จีน จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด |
|---|
| สหรัฐอเมริกาเป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 1981-10-15) | รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง | Apostille ใบเดียว | เอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)ต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น สหรัฐอเมริกา จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด |
|---|
| สหราชอาณาจักรเป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 1965-01-24) | รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง | Apostille ใบเดียว | เอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)ต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น สหราชอาณาจักร จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด |
|---|
| เยอรมนีเป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 1966-02-13) | รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง | Apostille ใบเดียว | เอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)ต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น เยอรมนี จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด |
|---|
| สิงคโปร์เป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 2021-09-16) | รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง | Apostille ใบเดียว | เอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)ต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น สิงคโปร์ จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด |
|---|
| ไต้หวันไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาฯ | รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง | รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง | ไต้หวัน ไม่ได้เป็นภาคี เอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)จึงยังต้องผ่านกรมการกงสุลแล้วยื่นสถานทูต/สำนักงานตัวแทนต่อ แม้หลังไทยเข้าเป็นภาคีแล้วก็ตาม |
|---|
| เวียดนามเป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 2026-09-11) | รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง | Apostille ใบเดียว | เอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)ต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น เวียดนาม จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด |
|---|
แหล่งอ้างอิงสถานะภาคีคือตารางสถานะของ HCCH และวันมีผลบังคับของไทย 28 กุมภาพันธ์ 2570 กรอบเวลาและค่าธรรมเนียมของสถานทูตแต่ละแห่งต่างกัน ควรยืนยันกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง หากไม่ต้องการเดินเรื่องเอง เราตรวจเอกสาร จัดคำแปล และเดินเรื่องทุกหน่วยงานแทนได้ครบวงจร
คำถามที่พบบ่อย
รวมคำถามที่ลูกค้าถามมากที่สุดเกี่ยวกับเอกสาร กรอบเวลา และขั้นตอนของบริการนี้
- ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
- เอกสารหลัก 6 รายการ ได้แก่ หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าข้อมูลส่วนบุคคล · บัตรประชาชน (สำหรับผู้มีสัญชาติไทย) · แผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือที่จัดทำตามแบบของหน่วยงานตรวจสอบประวัติ · หลักฐานวัตถุประสงค์ เช่น หนังสือเรียกจากหน่วยงานปลายทางหรือแบบฟอร์มวีซ่า · หลักฐานที่อยู่ในประเทศไทยและช่วงเวลาที่พำนัก (กรณีชาวต่างชาติ) · หนังสือมอบอำนาจ หากดำเนินการแทนขณะอยู่ต่างประเทศ ทุกฉบับควรเป็นต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานออกให้รับรอง และชื่อ–นามสกุลต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับ
- ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) ใช้เวลาประมาณเท่าไร
- รวมโดยประมาณ 15–35 วันทำการ โดยขั้นแรกคือ “ตรวจว่าปลายทางต้องการหนังสือรับรองความประพฤติแบบใดและระบุประเทศใด” ใช้เวลาราว 1 วันทำการ ระยะเวลาทั้งหมดขึ้นกับคิวของหน่วยงานและความครบถ้วนของเอกสาร ควรเผื่อวันหยุดราชการของทั้งสองประเทศ
- ขั้นตอนของ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) มีกี่ขั้น และเริ่มอย่างไร
- มีทั้งหมด 6 ขั้น เริ่มจาก “ตรวจว่าปลายทางต้องการหนังสือรับรองความประพฤติแบบใดและระบุประเทศใด” และปิดงานที่ “ดำเนินการรับรองต่อ เช่น แปล กรมการกงสุล หรือสถานทูต ตามที่ปลายทางกำหนด” แต่ละขั้นมีกรอบเวลากำกับไว้ในหน้านี้ เพื่อให้วางแผนวันยื่นและวันใช้เอกสารได้ล่วงหน้า
- ข้อควรระวังที่พบบ่อยของ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) คืออะไร
- ใช้สำเนาเก่าหรือฉบับถ่ายเอกสารแทน “หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าข้อมูลส่วนบุคคล” — หลายหน่วยงานปฏิเสธทันที · ข้ามขั้น “จัดทำแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือให้ถูกแบบและอ่านค่าได้ชัดเจน” แล้วไปยื่นขั้นถัดไปเลย ทำให้ต้องเริ่มคิวใหม่ทั้งชุด · แปลชื่อเฉพาะไม่ตรงกันระหว่างเอกสารแต่ละฉบับในชุดเดียวกัน · นับกรอบเวลาจากวันที่ส่งเอกสาร แทนที่จะนับจากวันที่หน่วยงานรับเรื่องครบถ้วน
- มีคำแนะนำอะไรที่ช่วยให้ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) ผ่านเร็วขึ้น
- เตรียม “หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าข้อมูลส่วนบุคคล” ให้พร้อมก่อนเริ่ม เพราะเป็นจุดที่ทำให้งานล่าช้าบ่อยที่สุด · ตรวจการสะกดชื่อ–นามสกุลในทุกฉบับให้ตรงกับหนังสือเดินทางก่อนส่ง · ยืนยันกับหน่วยงานปลายทางว่ารับรูปแบบใด ก่อนถึงขั้น “ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานวัตถุประสงค์และเอกสารประจำตัว” · เผื่อเวลารวม รวมโดยประมาณ 15–35 วันทำการ และวันหยุดราชการทั้งสองประเทศ
- ถ้าไม่สะดวกดำเนินการเอง ให้ทีมงานทำแทนได้ไหม
- ได้ทั้งหมด ทีมที่ปรึกษาซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี รับตรวจเอกสาร วางลำดับขั้น ยื่นต่อหน่วยงาน ติดตามสถานะ และส่งคืนเอกสาร ลูกค้าเตรียมเพียงต้นฉบับกับสำเนาหนังสือเดินทาง เราแจ้งความคืบหน้าทุกขั้น และให้คำปรึกษาก่อนเริ่มงานเสมอ
คำตอบเป็นแนวปฏิบัติทั่วไป รายการเอกสารและระยะเวลาจริงอาจต่างกันตามกรณีและหน่วยงานปลายทาง
ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) เหมาะกับใคร และเมื่อไรควรให้ที่ปรึกษาดูแล
งานนี้มีเอกสารตั้งต้น 6 รายการและกระบวนการ 6 ขั้น กรอบเวลารวมโดยประมาณ รวมโดยประมาณ 15–35 วันทำการ ผู้ที่มีเวลายื่นเองและเอกสารครบถ้วนสามารถดำเนินการเองได้ แต่ถ้าเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งด้านล่าง การให้ทีมที่ปรึกษาตรวจก่อนยื่นจะช่วยลดโอกาสถูกตีกลับได้มาก
เหมาะกับกรณีต่อไปนี้
- ผู้ที่มีกำหนดยื่นแน่นอนและต้องวางแผนย้อนกลับจากกรอบเวลารวม รวมโดยประมาณ 15–35 วันทำการ
- ผู้ที่ต้องใช้ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) กับหน่วยงานปลายทางในต่างประเทศและต้องยึดรูปแบบตามที่ปลายทางกำหนดเท่านั้น
- ผู้ที่มีเอกสารหลายฉบับออกโดยหน่วยงานต่างกัน และต้องเรียงลำดับการรับรองให้ถูกก่อน–หลังครบ 6 ขั้น
- ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ต่างประเทศ และไม่สะดวกเดินทางไปยื่นด้วยตนเอง
สัญญาณว่าควรปรึกษาก่อนยื่น
- ต้องยื่นภายในกรอบเวลาที่สั้นกว่ากรอบปกติ รวมโดยประมาณ 15–35 วันทำการ
- หน่วยงานปลายทางระบุอายุเอกสารหรือรูปแบบคำรับรองไว้ แต่ยังตีความข้อกำหนดไม่ชัดเจน
- เอกสารเป็นฉบับถ่ายสำเนา ฉบับเก่า หรือออกโดยหน่วยงานที่เลิกดำเนินการแล้ว
- ชื่อ–สกุลในเอกสารแต่ละฉบับสะกดไม่ตรงกัน หรือมีการเปลี่ยนชื่อ/นามสกุลระหว่างทาง
เราไม่ได้รับแค่เดินเรื่อง แต่เป็นที่ปรึกษาให้ตลอดงาน
ทีมงานที่ดูแลงานเอกสารข้ามประเทศมากกว่า 15 ปีจะอ่านข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางร่วมกับคุณ ตรวจเอกสารทั้ง 6 รายการก่อนเริ่ม จัดลำดับ 6 ขั้นให้สอดคล้องกับวันที่คุณต้องใช้จริง แจ้งความคืบหน้าทุกขั้น และเสนอทางเลือกสำรองเมื่อปลายทางเปลี่ยนข้อกำหนดกลางคัน หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ส่งสำเนาเอกสารมาให้ประเมินก่อนได้ เราจะบอกตรง ๆ ว่าเส้นทางไหนสั้นที่สุดสำหรับกรณีของคุณ
ดำเนินการเอง หรือให้ทีมเราดูแล — ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)
งานนี้มีเอกสารต้องเตรียม 6 รายการ และมี 6 ขั้นตอนที่ต้องเดินเรื่องตามลำดับ กรอบเวลารวมโดยประมาณ รวมโดยประมาณ 15–35 วันทำการ ตารางนี้เปรียบเทียบตามความเป็นจริงว่าถ้าทำเองต้องรับภาระอะไรบ้าง และถ้าให้ทีมเราดูแลจะเหลืออะไรที่คุณต้องทำ
| หัวข้อ | ดำเนินการเอง | ให้ทีมเราดูแล |
|---|
| การเตรียมเอกสาร | ต้องตรวจสอบและจัดหาเอง 6 รายการ เริ่มจาก “หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าข้อมูลส่วนบุคคล” | เราตรวจครบทั้ง 6 รายการก่อนเริ่ม และแจ้งสิ่งที่ขาดตั้งแต่วันแรก |
| การเดินเรื่องแต่ละหน่วยงาน | ไปยื่นและรับเอกสารด้วยตนเองครบทั้ง 6 ขั้นตอน จนถึง “ดำเนินการรับรองต่อ เช่น แปล กรมการกงสุล หรือสถานทูต ตามที่ปลายทางกำหนด” | ทีมงานเดินเรื่องแทนตามลำดับที่ถูกต้องทั้ง 6 ขั้นตอน |
| เวลาที่คุณต้องใช้เอง | ต้องเผื่อวันลาและการเดินทางหลายรอบ ตลอดกรอบเวลา รวมโดยประมาณ 15–35 วันทำการ | คุณส่งเอกสารครั้งเดียว แล้วรอรับผลตามรอบที่นัดหมาย |
| ความเสี่ยงถูกตีกลับ | ผิดพลาดเรื่องรูปแบบคำแปล ชื่อสะกดไม่ตรง หรือเอกสารเก่าเกินกำหนด ต้องเริ่มขั้นตอนนั้นใหม่ | ตรวจรูปแบบให้ตรงข้อกำหนดปลายทางก่อนยื่น จึงลดโอกาสถูกตีกลับได้มาก |
| การติดตามสถานะ | ต้องโทรสอบถามแต่ละหน่วยงานเอง และไม่มีผู้สรุปภาพรวมให้ | มีผู้ดูแลเคสรายงานความคืบหน้าเป็นระยะทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล |
| การให้คำปรึกษา | ต้องตีความข้อกำหนดของปลายทางด้วยตนเอง | ทีมที่ปรึกษาประสบการณ์กว่า 15 ปี ช่วยเลือกเส้นทางเอกสารที่สั้นและถูกต้องที่สุดสำหรับกรณีของคุณ |
หมายเหตุ: ระยะเวลาในขั้นตอนของหน่วยงานราชการหรือสถานทูตอยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ให้บริการทุกราย เราไม่รับประกันผลการพิจารณา แต่ช่วยให้เอกสารถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่ครั้งแรก
ไม่อยากยุ่งยาก? ส่งรายละเอียดเคสมาให้เราประเมินเส้นทางเอกสารและกรอบเวลาให้ก่อนตัดสินใจได้
094-895-8999LINE @ThainotaryNotary@ilc.ltd
ถูกตีกลับเพราะอะไร — ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)
รวม 5 สาเหตุที่ทำให้เรื่อง ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) ถูกคืนบ่อยที่สุด พร้อมวิธีป้องกันที่ลงมือได้ทันทีก่อนยื่นจริง
1. ขาดเอกสารประกอบท้ายชุด เช่น “หนังสือมอบอำนาจ หากดำเนินการแทนขณะอยู่ต่างประเทศ”
ทำเช็กลิสต์และถ่ายสำเนาสำรองทั้งชุดไว้ 1 ชุด เพื่อยื่นรอบแก้ไขได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มใหม่
2. สแกนไม่ครบหน้า หรือหน้าที่มีตราประทับอ่านไม่ออก
สแกนสีทุกหน้ารวมหน้าว่างและด้านหลังที่มีตรา แล้วตรวจซ้ำกับรายการเอกสาร 6 รายการก่อนส่ง
3. ประเมินเวลาสั้นเกินไป (กรอบจริงประมาณ รวมโดยประมาณ 15–35 วันทำการ)
เผื่อคิวหน่วยงาน วันหยุดราชการ และรอบส่งเอกสารระหว่างประเทศ อย่างน้อย 3–5 วันทำการจากกำหนดใช้จริง
4. เอกสารตั้งต้นเก่าเกินกรอบที่ปลายทางรับได้ (ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC))
ขอฉบับคัดรับรองใหม่ก่อนเริ่มงาน โดยเฉพาะ “หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าข้อมูลส่วนบุคคล” แล้วนับอายุเอกสารจากวันยื่นจริง ไม่ใช่วันเริ่มเตรียมเรื่อง
5. ข้ามขั้นตอนลำดับต้น: ตรวจว่าปลายทางต้องการหนังสือรับรองความประพฤติแบบใดและระบุประเทศใด
อย่ายื่นขั้นถัดไปจนกว่าขั้นก่อนหน้าจะออกผลเป็นเอกสาร เพราะหน่วยงานปลายทางตรวจลำดับตราประทับ ไม่ได้ตรวจแค่เนื้อหา
หากไม่อยากเสี่ยงถูกตีกลับหรือเสียเวลาเดินเรื่องเอง ทีมที่ปรึกษาของเราตรวจชุดเอกสารให้ก่อนยื่นทุกครั้ง สอบถามได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
สถานการณ์ตัวอย่างเชิงลึก — ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)
3 สถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุดในงาน ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) พร้อมลำดับการแก้ที่ทีมงานใช้จริง เพื่อให้ท่านประเมินเคสของตนเองได้ก่อนเริ่ม
1. ชื่อสะกดไม่ตรงกันระหว่างเอกสารเก่ากับหนังสือเดินทาง
“หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าข้อมูลส่วนบุคคล” ออกด้วยการสะกดแบบเดิม แต่หนังสือเดินทางปัจจุบันใช้การสะกดใหม่ ปลายทางจึงมองว่าเป็นคนละบุคคล
ล็อกการสะกดตามหน้าหนังสือเดินทางเป็นมาตรฐานเดียวทั้งชุด 6 รายการ แล้วแนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ/นามสกุลเข้าไปในชุดเดียวกันตั้งแต่ขั้น ตรวจว่าปลายทางต้องการหนังสือรับรองความประพฤติแบบใดและระบุประเทศใด
ห้ามแก้การสะกดในคำแปลให้ “สวย” โดยไม่มีเอกสารรองรับ เพราะคำแปลต้องตรงกับต้นฉบับ ไม่ใช่ตรงกับหนังสือเดินทางเพียงอย่างเดียว
2. ต้องใช้หลายภาษาในชุดเดียวกัน
ปลายทางรับคำแปลเฉพาะบางภาษา ขณะที่ต้นฉบับของ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) เป็นภาษาไทยทั้งหมด
ยืนยันภาษาปลายทางก่อน แล้วจัดคำแปลคู่ขนานกับ ตรวจว่าปลายทางต้องการหนังสือรับรองความประพฤติแบบใดและระบุประเทศใด เพื่อให้คำแปลเข้าสู่ขั้นรับรองพร้อมต้นฉบับ ไม่ต้องเวียนซ้ำ
อย่าแปลก่อนที่ต้นฉบับจะได้รับตราประทับครบ เพราะตราที่เพิ่มภายหลังจะไม่ปรากฏในคำแปลและถูกตีกลับ
3. ปลายทางกำหนดรูปแบบการรับรองเฉพาะ
หน่วยงานปลายทางระบุรูปแบบที่ยอมรับไว้ต่างจากรูปแบบมาตรฐานทั่วไปของ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)
ขอหนังสือหรืออีเมลจากปลายทางที่ระบุรูปแบบให้ชัดก่อนเริ่ม แล้วออกแบบลำดับตราประทับให้ตรงตามนั้นตั้งแต่ ตรวจว่าปลายทางต้องการหนังสือรับรองความประพฤติแบบใดและระบุประเทศใด ไม่ย้อนแก้ทีหลัง
ถ้าปลายทางไม่ยอมออกเอกสารยืนยันรูปแบบ ให้บันทึกชื่อผู้ให้ข้อมูล วันที่ และช่องทางติดต่อไว้ประกอบแฟ้ม
ถ้าไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ส่งภาพเอกสารมาให้ทีมที่ปรึกษาซึ่งดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี ตรวจก่อนได้ เราจะบอกลำดับที่ถูกต้องและจุดเสี่ยงของเคสท่านตั้งแต่ต้น แล้วรับดำเนินการต่อให้ครบทุกขั้นตอนหากท่านต้องการ
หมายเหตุ: เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเชิงวิชาชีพเพื่อประกอบการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่คำรับรองจากผู้ใช้บริการ และไม่ใช่การรับประกันผลของหน่วยงานผู้มีอำนาจ
อภิธานศัพท์ที่ต้องเข้าใจก่อนเริ่มงาน ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)
คำเหล่านี้คือจุดที่เข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุดในงาน ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) และเป็นสาเหตุของการถูกตีกลับมากกว่าความผิดพลาดด้านการแปล นิยามด้านล่างเขียนตามการปฏิบัติจริงของหน่วยงานไทยและหน่วยงานปลายทาง
- อายุเอกสาร (Validity Window)
- ช่วงเวลาที่หน่วยงานปลายทางยอมรับเอกสารนับจากวันที่ออก เช่น หลายประเทศรับหนังสือรับรองความประพฤติที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน จึงควรนับถอยหลังจากวันยื่นจริง ไม่ใช่วันเริ่มทำเรื่อง
- การรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalisation)
- ขั้นตอนที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศรับรองลายมือชื่อและตราประทับของผู้ออกเอกสาร แล้วสถานทูตปลายทางรับรองต่ออีกชั้นหนึ่ง เป็นเส้นทางมาตรฐานก่อนที่ Apostille ของไทยจะมีผล 28 กุมภาพันธ์ 2570
- หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney)
- เอกสารที่ผู้มอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทนในขอบเขตที่ระบุ ควรระบุขอบเขต ระยะเวลา และเลขที่เอกสารอ้างอิงให้ชัดเจน เพราะหน่วยงานปลายทางมักปฏิเสธถ้อยคำที่กว้างเกินไป
- คำแปลรับรอง (Certified Translation)
- คำแปลที่แนบคำรับรองของผู้แปลหรือหน่วยงานว่าแปลครบถ้วนตรงตามต้นฉบับ พร้อมชื่อ ลายมือชื่อ วันที่ และช่องทางติดต่อ รูปแบบคำรับรองที่ยอมรับขึ้นกับหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี
- นักแปลสาบานตน / นักแปลที่ได้รับการรับรอง
- ผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนกับศาล หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรรับรอง (เช่น NAATI ของออสเตรเลีย) ประเทศไทยไม่มีระบบนักแปลสาบานตนแบบยุโรป จึงต้องใช้คำแปลรับรอง + นิติกรณ์แทน
- การรับรองโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ (Notarial Services Attorney)
- การที่ทนายความซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความรับรองว่าผู้ลงนามลงลายมือชื่อต่อหน้าตน หรือรับรองว่าสำเนาถูกต้องตรงกับต้นฉบับ ไม่ใช่การรับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง
หากอ่านแล้วยังไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าเงื่อนไขไหน ส่งภาพเอกสารและชื่อหน่วยงานปลายทางมาให้ทีมที่ปรึกษาซึ่งดูแลงานเอกสารข้ามประเทศมากกว่า 15 ปีอ่านให้ก่อนได้ เราตอบเป็นเส้นทางที่ควรใช้จริง ไม่ใช่คำตอบทั่วไป
เช็คลิสต์ตรวจความพร้อมก่อนยื่น ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)
ตรวจ 7 ข้อนี้ให้ผ่านก่อนเริ่มเดินเรื่อง ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) จะช่วยตัดสาเหตุการถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุดออกไปเกือบทั้งหมด แต่ละข้อระบุเหตุผลไว้ให้ตรวจเองได้
1. วันที่ออกเอกสารยังอยู่ในอายุที่ปลายทางกำหนด (หลายแห่งใช้ 3 หรือ 6 เดือน)
เหตุผล: เอกสารสถานะบุคคลและหนังสือรับรองนิติบุคคลมักมีอายุใช้งาน ถ้าเดินเรื่องรับรองหลายชั้นแล้วเอกสารหมดอายุระหว่างทาง ต้องเริ่มใหม่ทั้งกระบวนการ
2. ไฟล์สแกนสีความละเอียดอย่างน้อย 300 dpi เห็นขอบกระดาษครบทั้งแผ่น ไม่มีเงาหรือมุมขาด
เหตุผล: หน่วยงานหลายแห่งปฏิเสธไฟล์ที่ถ่ายด้วยมือถือเอียง ๆ เพราะตรวจสอบตราประทับไม่ได้ การสแกนใหม่รอบเดียวเร็วกว่ารอผลตีกลับหนึ่งสัปดาห์
3. วางแผนการส่งมอบปลายทาง: ยื่นด้วยตนเอง ส่งไปรษณีย์ระหว่างประเทศ หรือให้ผู้แทนยื่นแทน
เหตุผล: บางหน่วยงานรับเฉพาะซองที่ส่งจากผู้ออกเอกสารหรือจากทนายโดยตรง ถ้ารู้เงื่อนไขนี้ตั้งแต่ต้น จะจัดชุดเอกสารและใบมอบอำนาจได้ครบในรอบเดียว
4. ระบุอีเมลและเบอร์ที่ติดต่อได้จริงในแบบฟอร์ม และเปิดรับอีเมลจากโดเมนราชการ
เหตุผล: คำขอเอกสารเพิ่มเติมมักส่งทางอีเมลและมีกำหนดตอบกลับ ถ้าจดหมายตกไปอยู่กล่องสแปมจนเลยกำหนด เรื่องจะถูกปิดและต้องยื่นใหม่ทั้งชุด
5. เก็บชุดสำเนาและไฟล์ดิจิทัลของเอกสารทุกชั้นก่อนส่งออกนอกประเทศ
เหตุผล: เมื่อส่งต้นฉบับออกไปแล้วมักไม่ได้คืน ถ้าปลายทางขอชี้แจงย้อนหลัง สำเนาชั้นรับรองที่เก็บไว้จะช่วยตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องขอออกเอกสารใหม่
6. คำแปลครอบคลุมทุกส่วนของเอกสาร รวมตราประทับ ลายเซ็น หมายเหตุท้ายหน้า และข้อความด้านหลัง
เหตุผล: ผู้ตรวจเทียบหน้าต่อหน้า ถ้าตราประทับหรือข้อความหลังเอกสารไม่ถูกแปล จะถือว่าคำแปลไม่ครบถ้วนและต้องแก้ก่อนรับรองชั้นถัดไป
7. ผู้ลงนามมีอำนาจตามหนังสือรับรองล่าสุด และลงนามตรงรูปแบบที่จดทะเบียนไว้
เหตุผล: ถ้ากรรมการลงนามไม่ครบตามเงื่อนไข หรือลงนามโดยไม่ประทับตราตามที่ระบุ เอกสารจะไม่ผูกพันบริษัทและถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นรับรองแรก
ถ้าไม่อยากไล่ตรวจเองทีละข้อ ส่งภาพเอกสารและชื่อหน่วยงานปลายทางมาให้ทีมที่ปรึกษาซึ่งดูแลงานเอกสารข้ามประเทศมากว่า 15 ปี ตรวจให้ก่อนยื่น แล้วเราดำเนินการต่อให้ครบทุกชั้นจนถึงปลายทาง
ขอบเขตงาน ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC): เราดูแลให้อะไร และคุณเตรียมอะไร
ตารางด้านล่างแยกให้ชัดว่าในงานตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) ส่วนไหนเป็นความรับผิดชอบของทีมงาน และส่วนไหนที่ลูกค้าต้องเตรียมเอง เพื่อให้ประเมินเวลาและภาระของตัวเองได้ก่อนตัดสินใจ
| ขั้นตอน | เราดูแลให้ | คุณเตรียม |
|---|
| ขอ/รวบรวมเอกสารต้นทาง | ยื่นคำขอคัดสำเนาจากหน่วยงานผู้ออก ติดตามคิว และตรวจความถูกต้องของฉบับที่ได้รับก่อนนำไปขั้นต่อไป | มอบอำนาจตามแบบฟอร์ม พร้อมสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ |
| ส่งมอบและใช้งานจริง | ส่งเอกสารถึงมือหรือส่งต่อปลายทางตามที่ตกลง พร้อมสรุปวิธีใช้แต่ละฉบับและสิ่งที่ห้ามทำ เช่น การแกะเย็บหรือประทับทับ | แจ้งที่อยู่จัดส่งหรือชื่อผู้รับปลายทาง และเก็บเอกสารตามคำแนะนำ |
| แปลและตรวจคำแปล | แปลครบทุกส่วนรวมตราประทับและข้อความหลังเอกสาร ใช้การสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทาง แล้วตรวจซ้ำโดยผู้ตรวจคนละคนกับผู้แปล | ยืนยันการสะกดชื่อ–สกุลภาษาอังกฤษ และแจ้งคำเฉพาะที่ปลายทางเคยกำหนดไว้ |
| จัดเก็บและใช้ซ้ำในอนาคต | จัดชุดเอกสารเป็นระบบ ระบุวันหมดอายุของแต่ละฉบับ และแจ้งล่วงหน้าเมื่อควรต่ออายุหรือคัดใหม่ | แจ้งแผนธุรกิจหรือแผนเดินทางในอนาคต เพื่อให้ทีมงานเตรียมเอกสารล่วงหน้าได้ |
| ตรวจคุณภาพก่อนส่งมอบ | ตรวจเลขที่รับรอง วันที่ ตราประทับ ลำดับหน้า และความสอดคล้องของชื่อทุกฉบับ พร้อมเก็บสำเนาดิจิทัลไว้ให้ | ตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลในฉบับตัวอย่างที่ส่งให้ก่อนปิดงาน |
| ประเมินเคสก่อนเริ่ม | อ่านเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทาง ระบุว่าต้องใช้เอกสารชุดใด ต้องรับรองกี่ชั้น และมีทางลัดที่ถูกต้องหรือไม่ | ส่งรูปถ่ายเอกสารที่มีอยู่ พร้อมบอกชื่อหน่วยงาน/ประเทศปลายทาง และกำหนดวันที่ต้องใช้ |
เราไม่ได้รับงานแบบ “ส่งมาแล้วเดินเรื่อง” เท่านั้น ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาโดยทีมที่มีประสบการณ์งานเอกสารข้ามประเทศมากกว่า 15 ปี วิเคราะห์ว่าเส้นทางไหนสั้นที่สุดที่ยังถูกต้องตามระเบียบ และเตือนล่วงหน้าเมื่อพบจุดที่มักถูกตีกลับ
หากไม่อยากเสียเวลาไล่ขั้นตอนเอง ส่งรูปเอกสารและชื่อหน่วยงานปลายทางมาให้เราประเมินก่อนได้ ทีมงานจะสรุปเส้นทาง เอกสารที่ต้องใช้ และกรอบเวลาที่เป็นจริงให้ แล้วรับดำเนินการต่อทั้งหมดแทนคุณ
หลังได้เอกสาร ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) แล้ว ต้องดูแลอย่างไรให้ใช้ได้จริง
งานส่วนใหญ่ไม่ได้จบตอนรับเอกสาร แต่จบตอนหน่วยงานปลายทางรับเรื่อง ตารางนี้สรุปสิ่งที่ต้องดูแลต่อหลังงาน ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) เสร็จ เพื่อไม่ให้เอกสารที่จ่ายไปแล้วใช้ไม่ได้
| หัวข้อ | แนวปฏิบัติ | ถ้าละเลย |
|---|
| อายุการยอมรับของเอกสาร | หน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่นับอายุจากวันที่ออกเอกสารต้นทาง ไม่ใช่วันที่รับรอง จึงควรยื่นให้เร็วที่สุดหลังได้รับงาน และจดวันที่ออกไว้ในปฏิทิน | ยื่นช้าเกินกรอบที่หน่วยงานกำหนด ต้องขอเอกสารต้นทางใหม่และเดินรับรองซ้ำทั้งชุด |
| การนำคำแปลกลับมาใช้ซ้ำ | เก็บไฟล์คำแปลพร้อมหน้าคำรับรองของผู้แปลไว้คู่กัน หากต้นฉบับไม่เปลี่ยน คำแปลชุดเดิมมักใช้ต่อได้ เพียงขอรับรองชั้นถัดไปใหม่ตามปลายทาง | ทิ้งหน้าคำรับรองผู้แปลไป ทำให้คำแปลใช้ไม่ได้และต้องแปลใหม่ทั้งฉบับ |
| เมื่อใดต้องรับรองใหม่ | ต้องเดินรับรองใหม่เมื่อเปลี่ยนประเทศปลายทาง เปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ แก้ไขข้อความในเอกสาร หรือหน่วยงานปลายทางเปลี่ยนแบบฟอร์ม ส่วนการต่ออายุวีซ่าในประเทศเดิมมักใช้ชุดเดิมได้ | นำชุดเดิมไปยื่นข้ามประเทศโดยไม่ตรวจ อาจถูกปฏิเสธเพราะห่วงโซ่การรับรองไม่ตรงกับปลายทางใหม่ |
| ต้นฉบับกับสำเนารับรอง | เก็บต้นฉบับที่มีตราประทับจริงไว้กับตัวเสมอ และใช้สำเนารับรองสำหรับการยื่นสำรอง หากต้องยื่นหลายหน่วยงานพร้อมกัน ควรสั่งทำหลายชุดตั้งแต่รอบแรก | สั่งเพิ่มภายหลังต้องเริ่มนับคิวรับรองใหม่ และบางหน่วยงานไม่คืนต้นฉบับที่ยื่นไปแล้ว |
| บันทึกหลักฐานการยื่น | ถ่ายภาพเอกสารครบชุดก่อนส่ง เก็บใบรับคำขอ เลขอ้างอิง และชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่อง พร้อมวันที่ยื่นไว้ในไฟล์เดียวกับเอกสาร | เมื่อเรื่องหาย ไม่มีหลักฐานยืนยันว่ายื่นแล้ว ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด |
ทีมงานที่ดูแลเอกสารข้ามประเทศมากว่า 15 ปี ไม่ได้ปิดเคสเมื่อส่งมอบ เรายังให้คำปรึกษาต่อว่าเอกสารชุดนี้ใช้กับปลายทางอื่นได้หรือไม่ ต้องรับรองใหม่ตรงไหน และควรเตรียมอะไรไว้สำหรับรอบถัดไป
ถ้าไม่แน่ใจว่าเอกสารที่มีอยู่ยังใช้ได้ไหม ส่งรูปถ่ายเอกสารและชื่อหน่วยงานปลายทางมาให้เราตรวจ เราจะบอกตรง ๆ ว่าใช้ต่อได้ หรือต้องทำใหม่ส่วนใด และรับดำเนินการต่อให้ทั้งหมด
ผลลัพธ์ที่คุณจะได้รับจริงจากงานตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)
หลายคนทราบว่าต้องทำตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) แต่ไม่ทราบว่า "ของที่ได้กลับมา" หน้าตาเป็นอย่างไร ตารางนี้ระบุสิ่งที่ส่งมอบทุกชิ้น รายละเอียดของแต่ละชิ้น และจุดที่ควรตรวจด้วยตาตนเองก่อนนำไปยื่น
| สิ่งที่ส่งมอบ | รายละเอียด | ตรวจก่อนยื่น |
|---|
| ตราหรือสติกเกอร์นิติกรณ์ของกรมการกงสุล | แผ่นรับรองนิติกรณ์จากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (แจ้งวัฒนะ) ระบุเลขที่ วันที่ และเจ้าหน้าที่ผู้ลงนาม ติดหรือแนบท้ายชุดเอกสาร (สำหรับ Apostille ประเทศไทยจะเริ่มใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570) | ตรวจว่าเลขนิติกรณ์ชัดเจน ไม่ถูกลวดเย็บทับ และวันที่ยังอยู่ในกรอบอายุที่ปลายทางกำหนด |
| หมายเลขติดตามพัสดุและหลักฐานการส่งมอบ | เลข tracking ของ EMS / DHL / FedEx พร้อมภาพถ่ายชุดเอกสารก่อนบรรจุซอง และหลักฐานผู้รับปลายทาง เพื่อให้ตรวจสอบได้ทุกช่วงของการเดินทางเอกสาร | ตรวจชื่อผู้รับและรหัสไปรษณีย์ให้ตรงกับที่อยู่ที่หน่วยงานปลายทางระบุจริง ก่อนกดยืนยันการจัดส่ง |
| หนังสือรับรองคำแปลของผู้แปล | แผ่นรับรองที่ระบุชื่อผู้แปล เลขทะเบียน/คุณสมบัติ ภาษาต้นทาง-ปลายทาง วันที่ และคำรับรองว่าคำแปลถูกต้องตรงกับต้นฉบับ พร้อมลายมือชื่อจริง | ตรวจการสะกดชื่อ-นามสกุลให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร เพราะเป็นสาเหตุการถูกตีกลับอันดับต้น ๆ |
| ไฟล์สแกนความละเอียดสูงทั้งชุด | สแกนสี 300 dpi ทุกหน้ารวมด้านหลังที่มีตราประทับ ตั้งชื่อไฟล์เป็นระบบ ส่งให้ทาง อีเมลหรือ LINE เพื่อใช้ยื่นระบบออนไลน์และเก็บเป็นสำเนาสำรอง | ตรวจว่าไฟล์อ่านตราประทับออกชัด ไม่มีเงาขอบ และขนาดไฟล์อยู่ในเพดานที่ระบบปลายทางรับได้ |
| ชุดเอกสารตัวจริงที่ผ่านการรับรองแล้ว | เอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่ผ่านการรับรอง เย็บติดกับคำแปลเป็นชุดเดียว ปิดผนึกและประทับตราตามรูปแบบที่หน่วยงานปลายทางรับได้ ไม่แยกแผ่นออกจากกัน | ตรวจว่าลำดับหน้าครบ ตราประทับคร่อมรอยเย็บไม่ขาด และไม่มีการถอดลวดเย็บออกเองก่อนยื่น |
ทีมงานที่ปรึกษาของเราทำงานด้านนี้มากกว่า 15 ปี เราไม่ได้ส่งเอกสารให้แล้วจบ แต่จะไล่ตรวจทุกจุดในคอลัมน์ขวากับคุณทีละข้อ และอธิบายว่าปลายทางจะดูอะไรก่อนเป็นอันดับแรก หากไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเอง ส่งรูปเอกสารมาทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล เราประเมินและดูแลให้ครบทุกขั้นตอน
รูปแบบผลลัพธ์อาจต่างกันตามหน่วยงานปลายทาง โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง
เลือกเส้นทาง ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) ให้ถูกตั้งแต่ต้น
ความผิดพลาดของงานตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC)ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดตอนทำ แต่เกิดตอน "ตัดสินใจเลือกเส้นทาง" ตั้งแต่วันแรก ตารางนี้คือคำถามที่ต้องตอบให้ได้ก่อนเริ่ม พร้อมผลของการเลือกแต่ละทาง
| คำถามที่ต้องตอบก่อนเริ่ม | ถ้าคำตอบคือแบบแรก | ถ้าคำตอบคือแบบที่สอง | ราคาที่ต้องจ่ายถ้าเลือกผิด |
|---|
| หน่วยงานปลายทางขอ 'ต้นฉบับ' หรือรับ 'สำเนารับรอง' ได้ | ขอต้นฉบับ — ต้องขอเอกสารฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออก และเผื่อเวลาออกเอกสารเพิ่มก่อนเริ่มสายรับรอง | รับสำเนารับรอง — ใช้สำเนาที่ทนายความรับรองสำเนาถูกต้องได้ ประหยัดเวลาและไม่ต้องเสี่ยงส่งต้นฉบับออกนอกมือ | ส่งสำเนาไปที่หน่วยงานที่ขอต้นฉบับ = ถูกตีกลับทันทีและต้องเริ่มนับเวลาใหม่ทั้งชุด |
| กำหนดเส้นตายของคุณคือ 'วันยื่น' หรือ 'วันที่เอกสารต้องถึงมือปลายทาง' | วันยื่น — นับถอยหลังจากวันนัดของหน่วยงาน แล้วเผื่อวันทำการสำหรับรับรองทุกชั้นและวันหยุดราชการทั้งไทยและปลายทาง | วันที่ต้องถึงปลายทาง — ต้องบวกเวลาขนส่งระหว่างประเทศและเวลาศุลกากรเข้าไปด้วย ซึ่งมักกินเวลามากกว่าที่คาด | คำนวณจากวันผิดประเภท เอกสารจะเสร็จหลังเส้นตาย และค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปแล้วมักขอคืนไม่ได้ |
| ชื่อ-นามสกุลในเอกสารทุกฉบับสะกดตรงกับหนังสือเดินทางหรือไม่ | ตรงกันทุกฉบับ — เดินสายรับรองได้ทันที เพียงล็อกการสะกดนี้ไว้ใช้กับคำแปลทุกฉบับต่อจากนี้ | ไม่ตรง (เปลี่ยนชื่อ/สมรส/ทับศัพท์ต่างกัน) — ต้องเตรียมหนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือทะเบียนสมรส และรับรองควบไปพร้อมชุดหลัก | ชื่อไม่ตรงเพียงตัวอักษรเดียวเป็นสาเหตุการถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด และมักถูกพบตอนยื่นวันสุดท้าย |
| เอกสารของคุณมีอายุจำกัดหรือไม่ (เช่น 3 หรือ 6 เดือนนับจากวันออก) | มีอายุจำกัด — ต้องเริ่มสายรับรองให้ชิดวันยื่นมากที่สุด ไม่ควรขอเอกสารล่วงหน้านานเกินไป | ไม่มีอายุจำกัด — ขอล่วงหน้าได้ และควรทำก่อนช่วงพีคเพื่อลดเวลารอคิวของหน่วยงาน | เอกสารหมดอายุก่อนถึงมือปลายทาง ต้องขอใหม่และเดินสายรับรองใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น |
| คุณต้องการเดินเรื่องเองหรือให้ทีมงานดำเนินการแทนทั้งหมด | เดินเองบางส่วน — เหมาะเมื่อคุณอยู่ในไทยและว่างในวันทำการ เราช่วยจัดชุดเอกสารและสรุปลำดับการยื่นให้ | ให้ดำเนินการแทนทั้งหมด — ส่งภาพเอกสารมาทาง โทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ทีมงานประเมิน จัดชุด ยื่น ติดตาม และส่งคืนถึงมือ | ประเมินเวลาตัวเองสูงเกินจริงคือสาเหตุที่งานค้างกลางทางบ่อยที่สุด โดยเฉพาะขั้นที่ต้องไปหลายหน่วยงานในวันเดียวกัน |
ทีมที่ปรึกษาของเราทำงานสายนี้มากว่า 15 ปี เราไม่ได้เป็นแค่ผู้รับทำเอกสาร แต่จะนั่งไล่คำถามเหล่านี้กับคุณทีละข้อก่อนเริ่มงาน เพื่อไม่ให้เสียรอบเดินเอกสาร ถ้าไม่อยากยุ่งยาก ส่งภาพเอกสารมาทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล เราประเมินเส้นทางที่ถูกต้องให้ และดำเนินการแทนได้ทุกขั้นตอน
เงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง
ทำจากต่างจังหวัดได้ไหม — พื้นที่ที่เรารับงานประจำ
ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (PCC) ไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ด้วยตนเองทุกขั้น ลูกค้าใน 10 จังหวัดต่อไปนี้ใช้บริการแบบส่งเอกสารและติดตามผลทางออนไลน์เป็นประจำ จุดนัดพบต่างจังหวัดเป็นจุดรับ-ส่งเอกสารของทีมงาน ไม่ใช่สำนักงานที่เปิดรับ walk-in
ขั้นตอนสำหรับลูกค้าต่างจังหวัด
- ส่งภาพถ่ายหรือสแกนเอกสารให้ตรวจก่อน เพื่อยืนยันว่าใช้ฉบับที่ถูกต้องและยังไม่หมดอายุ
- จัดส่งต้นฉบับแบบมีเลขติดตาม พร้อมสำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชน
- ทีมงานยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรายงานความคืบหน้าทุกขั้น
- ส่งเอกสารคืนตามที่อยู่ที่ระบุ หรือส่งต่อให้ปลายทางตามที่ตกลงไว้
ถ้าจังหวัดของคุณไม่อยู่ในรายการนี้ ยังใช้บริการได้ตามปกติ เพราะขั้นตอนหลักดำเนินการที่หน่วยงานในกรุงเทพฯ อยู่แล้ว ทีมที่ปรึกษาซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี จะตรวจเอกสารให้ก่อนส่ง เพื่อไม่ให้เสียเที่ยวขนส่งโดยไม่จำเป็น
เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับดำเนินการ
ทีมงานที่ทำงานเอกสารข้ามพรมแดนมากกว่า 15 ปี เริ่มจากการฟังปลายทางที่คุณต้องใช้เอกสารก่อน แล้วจึงออกแบบลำดับขั้นให้สั้นที่สุดเท่าที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
- ประเมินก่อนเริ่มงานว่าเอกสารชุดที่คุณมีอยู่เพียงพอหรือยัง และอะไรที่ต้องออกใหม่
- เลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับ ไม่ทำขั้นตอนที่ไม่จำเป็น
- แจ้งล่วงหน้าเมื่อเห็นความเสี่ยงที่จะถูกตีกลับ เช่น การสะกดชื่อไม่ตรงกันหรือรูปแบบคำแปลที่ปลายทางไม่รับ
- ให้คำแนะนำเรื่องลำดับเวลา กรณีที่หลายเรื่องต้องเดินคู่กัน เช่น วีซ่ากับใบอนุญาตทำงาน
- ตอบคำถามหลังงานเสร็จ เมื่อหน่วยงานปลายทางขอเอกสารเพิ่มเติม
ข้อมูลกรอบเวลาทั้งหมดเป็นช่วงโดยประมาณตามคิวของหน่วยงาน การพิจารณาและการรับเอกสารเป็นดุลพินิจของหน่วยงานผู้รับเสมอ
ไม่อยากยุ่งยาก ให้เราดูแลให้ทั้งหมด
ทุกขั้นตอนข้างต้นเรารับดำเนินการแทนได้แบบครบวงจร ตั้งแต่ตรวจเอกสาร แปล รับรอง เดินเรื่องหน่วยงาน จนถึงส่งคืนเอกสาร คุณเตรียมแค่ต้นฉบับกับสำเนาหนังสือเดินทาง ที่เหลือเราจัดการและแจ้งความคืบหน้าทุกขั้น