Skip to main content
NYC Legal & Notary
NPT Notary Public Thailand
บริการแปลและรับรองนิติกรณ์

คู่มือปฏิบัติ: จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา

เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร และลิขสิทธิ์รวมโดยประมาณ 12–18 เดือนจนถึงการจดทะเบียน. ระยะเวลาเป็นช่วงโดยประมาณ ขึ้นกับคิวของหน่วยงานและความครบถ้วนของเอกสาร

ทนายด้านทรัพย์สินทางปัญญาตรวจหนังสือสำคัญการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
ทนายด้านทรัพย์สินทางปัญญาตรวจหนังสือสำคัญการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

สรุปคำตอบสั้น: จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ต้องทำอะไรบ้าง

จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา คือขั้นตอน เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร และลิขสิทธิ์ โดยต้องเตรียมเอกสารหลัก 6 รายการ เริ่มจากไฟล์ภาพเครื่องหมายการค้าหรือเอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์ จากนั้นดำเนินการ 6 ขั้นตอน ตั้งแต่สืบค้นความเหมือนคล้ายก่อนยื่น เพื่อลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธ จนถึงติดตามการประกาศโฆษณาและรับหนังสือสำคัญเมื่อจดทะเบียนสำเร็จ รวมโดยประมาณ 12–18 เดือนจนถึงการจดทะเบียน ผู้รับรองคือทนายความผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ และเอกสารที่ต้องใช้ต่างประเทศต้องผ่านการรับรองต่อเนื่องตามลำดับของหน่วยงานปลายทาง

ตารางข้อเท็จจริงหลัก

บริการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา
จำนวนเอกสารหลักที่ต้องใช้6
เอกสารตั้งต้นที่ขาดไม่ได้ไฟล์ภาพเครื่องหมายการค้าหรือเอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์
จำนวนขั้นตอน6
ขั้นตอนแรกสืบค้นความเหมือนคล้ายก่อนยื่น เพื่อลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธ (2–5 วันทำการ)
ขั้นตอนสุดท้ายติดตามการประกาศโฆษณาและรับหนังสือสำคัญเมื่อจดทะเบียนสำเร็จ (หลายเดือน)
กรอบเวลารวมโดยประมาณรวมโดยประมาณ 12–18 เดือนจนถึงการจดทะเบียน
ผู้ลงนามรับรองทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (NSA) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ
พื้นที่ให้บริการกรุงเทพฯ 50 เขต และ 77 จังหวัดทั่วประเทศ (รับ–ส่งเอกสารทางไปรษณีย์/ขนส่งด่วน)
ภาษาที่รองรับมากกว่า 60 ภาษา
ช่องทางติดต่อโทร 094-895-8999 · LINE @Thainotary · อีเมล Notary@ilc.ltd

ทุกกรอบเวลาเป็นค่าประมาณจากคิวจริงของหน่วยงาน ไม่ใช่คำรับประกัน และควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนวางแผนเดินทางหรือกำหนดวันยื่น

รายการเอกสารที่ต้องเตรียม

  • ไฟล์ภาพเครื่องหมายการค้าหรือเอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์
  • รายการสินค้าหรือบริการที่ต้องการคุ้มครอง จัดตามจำพวก
  • เอกสารนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของผู้ขอจดทะเบียน
  • หนังสือมอบอำนาจให้ตัวแทนดำเนินการ
  • หลักฐานการใช้งานจริง เช่น บรรจุภัณฑ์ เว็บไซต์ หรือสื่อโฆษณา
  • ข้อมูลการจดทะเบียนในต่างประเทศ หากจะอ้างสิทธิความสำคัญ

ขั้นตอนดำเนินการ

  1. 1. สืบค้นความเหมือนคล้ายก่อนยื่น เพื่อลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธ

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 2–5 วันทำการ

  2. 2. จัดรายการสินค้าและบริการตามจำพวกให้ตรงกับการใช้งานจริง

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1–3 วันทำการ

  3. 3. จัดเตรียมคำขอและเอกสารมอบอำนาจให้ครบถ้วน

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1–3 วันทำการ

  4. 4. ยื่นคำขอและรับเลขคำขอเพื่อใช้ติดตามสถานะ

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1–2 วันทำการ

  5. 5. ตอบข้อโต้แย้งของนายทะเบียนภายในกำหนดเวลา

    กรอบเวลาโดยประมาณ: ตามกำหนดของนายทะเบียน

  6. 6. ติดตามการประกาศโฆษณาและรับหนังสือสำคัญเมื่อจดทะเบียนสำเร็จ

    กรอบเวลาโดยประมาณ: หลายเดือน

คำแนะนำ

  • เตรียม “ไฟล์ภาพเครื่องหมายการค้าหรือเอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์” ให้พร้อมก่อนเริ่ม เพราะเป็นจุดที่ทำให้งานล่าช้าบ่อยที่สุด
  • ตรวจการสะกดชื่อ–นามสกุลในทุกฉบับให้ตรงกับหนังสือเดินทางก่อนส่ง
  • ยืนยันกับหน่วยงานปลายทางว่ารับรูปแบบใด ก่อนถึงขั้น “จัดเตรียมคำขอและเอกสารมอบอำนาจให้ครบถ้วน”
  • เผื่อเวลารวม รวมโดยประมาณ 12–18 เดือนจนถึงการจดทะเบียน และวันหยุดราชการทั้งสองประเทศ

ข้อควรระวัง

  • ใช้สำเนาเก่าหรือฉบับถ่ายเอกสารแทน “ไฟล์ภาพเครื่องหมายการค้าหรือเอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์” — หลายหน่วยงานปฏิเสธทันที
  • ข้ามขั้น “จัดรายการสินค้าและบริการตามจำพวกให้ตรงกับการใช้งานจริง” แล้วไปยื่นขั้นถัดไปเลย ทำให้ต้องเริ่มคิวใหม่ทั้งชุด
  • แปลชื่อเฉพาะไม่ตรงกันระหว่างเอกสารแต่ละฉบับในชุดเดียวกัน
  • นับกรอบเวลาจากวันที่ส่งเอกสาร แทนที่จะนับจากวันที่หน่วยงานรับเรื่องครบถ้วน

เปรียบเทียบกับบริการใกล้เคียง

จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ใช้เอกสาร 6 รายการ 6 ขั้นตอน กรอบเวลา รวมโดยประมาณ 12–18 เดือนจนถึงการจดทะเบียน จุดที่ทำให้ต่างจากเอกสารนิติบุคคลและการรับรองบริษัท และ ยื่นขอส่งเสริมการลงทุน BOI และ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเฉพาะคือขั้น “จัดเตรียมคำขอและเอกสารมอบอำนาจให้ครบถ้วน” ซึ่งเส้นทางอื่นใช้ขั้นตอนต่างออกไป (เอกสารนิติบุคคลและการรับรองบริษัท: จัดทำคำแปลภาษาอังกฤษโดยล็อกชื่อบริษัทและตำแหน่งให้ตรงทุกฉบับ · ยื่นขอส่งเสริมการลงทุน BOI: รวบรวมเอกสารนิติบุคคลและเอกสารทางเทคนิคประกอบคำขอ · ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเฉพาะ: จัดเตรียมเอกสารและปรับปรุงสถานที่ให้ตรงเกณฑ์ก่อนนัดตรวจ)

บริการเหมาะกับเอกสารหลักเอกสาร/ขั้นตอนกรอบเวลา
จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร และลิขสิทธิ์ไฟล์ภาพเครื่องหมายการค้าหรือเอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์6 / 6รวมโดยประมาณ 12–18 เดือนจนถึงการจดทะเบียน
เอกสารนิติบุคคลและการรับรองบริษัทหนังสือรับรอง บอจ. มติที่ประชุม และหนังสือมอบอำนาจหนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า6 / 6รวมโดยประมาณ 8–20 วันทำการ
ยื่นขอส่งเสริมการลงทุน BOIชุดเอกสารและลำดับขั้นการยื่น BOIแผนธุรกิจและรายละเอียดโครงการที่ขอรับการส่งเสริม6 / 6รวมโดยประมาณ 2–6 เดือน ขึ้นกับประเภทกิจการ
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเฉพาะททท. อย. สุรา ร้านอาหาร และสปาเอกสารนิติบุคคลและวัตถุประสงค์ที่ครอบคลุมกิจการที่ขออนุญาต6 / 6รวมโดยประมาณ 20–60 วันทำการ ขึ้นกับประเภทใบอนุญาต

ข้อมูลในตารางอ้างอิงจากขั้นตอนจริงของแต่ละบริการ กรอบเวลาเป็นช่วงโดยประมาณตามคิวของหน่วยงาน

ไทม์ไลน์จริงแบบทีละขั้น

จำนวนวันทำการของแต่ละขั้นตอน แยกชัดว่าขั้นไหนเราทำเองและขั้นไหนหน่วยงานราชการเป็นผู้กำหนดเวลา แนะนำให้นับถอยหลังจากวันที่ต้องใช้เอกสารโดยใช้ตัวเลขสูงสุด ไม่ใช่ตัวเลขต่ำสุด

ขั้นตอนใครกำหนดเวลาวันทำการ
1. แปลพร้อมคำรับรองนักแปลแปลพร้อมคำรับรองนักแปล: 1–3 วันทำการ ตามจำนวนหน้าและคู่ภาษาทีมงานของเรางานเร่งด่วนพิจารณาเป็นรายกรณีตามคิวนักแปลของคู่ภาษานั้น1–3 วันทำการ
2. รับรองโดยทนายความผู้ทำคำรับรอง (NSA)รับรองลายมือชื่อ/เอกสารโดยทนายความผู้ทำคำรับรอง (NSA): เสร็จภายในวันเดียวกัน หรืออย่างช้า 1 วันทำการทีมงานของเราเป็นขั้นตอนที่ NPT ดำเนินการเอง จึงเป็นกรอบเวลาที่เรารับผิดชอบได้โดยตรง0–1 วันทำการ
3. รับรองนิติกรณ์ กรมการกงสุล (บริการปกติ)นิติกรณ์กรมการกงสุล (บริการปกติ): รับเอกสารภายใน 3 วันทำการ นับรวมวันยื่นคำร้องconsular.mfa.go.thหน่วยงานราชการกรอบเวลานี้กรมการกงสุลเป็นผู้กำหนด อาจขยายได้ตามปริมาณคิวและผลการตรวจเอกสาร3 วันทำการ

รวมโดยประมาณ: 4–7 วันทำการ

ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 5 วันทำการก่อนวันเดินทาง วันนัดศาล หรือวันยื่นเอกสาร หากต้องส่งเอกสารออกต่างประเทศให้เผื่อมากกว่านั้น

เป็นการประมาณการจากระยะเวลาที่ประกาศหรือพบจริง ณ วันตรวจสอบล่าสุด ขั้นตอนที่หน่วยงานราชการควบคุมอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า และอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา

ค่าธรรมเนียมราชการอย่างเป็นทางการ

อัตราที่หน่วยงานราชการไทยเรียกเก็บสำหรับงานนี้ ชำระให้หน่วยงานโดยตรง ไม่ใช่ค่าบริการของเรา เราแสดงไว้เพื่อให้คุณประเมินค่าใช้จ่ายรวมได้ก่อนเริ่มงาน

หน่วยงานคิดตามปกติด่วนกรอบเวลาตามประกาศ
กรมสรรพากร (อากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร)
แหล่งอ้างอิง
หนังสือมอบอำนาจทั่วไปสอบถามราคาไม่มีอัตราด่วนชำระ ณ วันจัดทำเอกสาร

ตรวจสอบล่าสุด: 2026-07-31อัตราค่าธรรมเนียมราชการข้างต้นตรวจสอบล่าสุดเมื่อ 2026-07-31 โปรดยืนยันกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องก่อนยื่น เนื่องจากหน่วยงานอาจปรับอัตราได้

ค่าบริการของเราเสนอราคาแยกเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานที่มีค่าใช้จ่ายทุกครั้ง

ส่งจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ที่ประเทศปลายทาง: เส้นทางรับรองที่ใช้ได้จริง

ตารางนี้สรุปว่าเอกสารในงานจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ที่ออกในประเทศไทย ต้องผ่านเส้นทางรับรองแบบใดจึงจะถูกยอมรับในแต่ละประเทศปลายทาง ณ วันนี้ และจะเปลี่ยนอย่างไรหลังอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570

ประเทศปลายทางเส้นทางที่ใช้วันนี้ตั้งแต่ 28 ก.พ. 2570ข้อสังเกตฝั่งผู้รับ
ออสเตรเลียเป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 1995-03-16)รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทางApostille ใบเดียวเอกสารจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น ออสเตรเลีย จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด
ญี่ปุ่นเป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 1970-07-27)รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทางApostille ใบเดียวเอกสารจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น ญี่ปุ่น จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด
เกาหลีใต้เป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 2007-07-14)รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทางApostille ใบเดียวเอกสารจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น เกาหลีใต้ จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด
จีนเป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 2023-11-07)รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทางApostille ใบเดียวเอกสารจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น จีน จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด
สหรัฐอเมริกาเป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 1981-10-15)รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทางApostille ใบเดียวเอกสารจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น สหรัฐอเมริกา จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด
สหราชอาณาจักรเป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 1965-01-24)รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทางApostille ใบเดียวเอกสารจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น สหราชอาณาจักร จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด
เยอรมนีเป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 1966-02-13)รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทางApostille ใบเดียวเอกสารจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น เยอรมนี จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด
สิงคโปร์เป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 2021-09-16)รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทางApostille ใบเดียวเอกสารจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น สิงคโปร์ จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด
ไต้หวันไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาฯรับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทางรับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทางไต้หวัน ไม่ได้เป็นภาคี เอกสารจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาจึงยังต้องผ่านกรมการกงสุลแล้วยื่นสถานทูต/สำนักงานตัวแทนต่อ แม้หลังไทยเข้าเป็นภาคีแล้วก็ตาม
เวียดนามเป็นภาคีอนุสัญญาฯ (มีผลที่ประเทศนั้นตั้งแต่ 2026-09-11)รับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทางApostille ใบเดียวเอกสารจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาต้องเดินสายกงสุล–สถานทูตก่อน จนกว่าไทยจะเข้าเป็นภาคี จากนั้น เวียดนาม จะรับ Apostille ของกรมการกงสุลได้โดยตรง แต่คำแปลยังต้องตรงรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับกำหนด

แหล่งอ้างอิงสถานะภาคีคือตารางสถานะของ HCCH และวันมีผลบังคับของไทย 28 กุมภาพันธ์ 2570 กรอบเวลาและค่าธรรมเนียมของสถานทูตแต่ละแห่งต่างกัน ควรยืนยันกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง หากไม่ต้องการเดินเรื่องเอง เราตรวจเอกสาร จัดคำแปล และเดินเรื่องทุกหน่วยงานแทนได้ครบวงจร

คำถามที่พบบ่อย

รวมคำถามที่ลูกค้าถามมากที่สุดเกี่ยวกับเอกสาร กรอบเวลา และขั้นตอนของบริการนี้

จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
เอกสารหลัก 6 รายการ ได้แก่ ไฟล์ภาพเครื่องหมายการค้าหรือเอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์ · รายการสินค้าหรือบริการที่ต้องการคุ้มครอง จัดตามจำพวก · เอกสารนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของผู้ขอจดทะเบียน · หนังสือมอบอำนาจให้ตัวแทนดำเนินการ · หลักฐานการใช้งานจริง เช่น บรรจุภัณฑ์ เว็บไซต์ หรือสื่อโฆษณา · ข้อมูลการจดทะเบียนในต่างประเทศ หากจะอ้างสิทธิความสำคัญ ทุกฉบับควรเป็นต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานออกให้รับรอง และชื่อ–นามสกุลต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับ
จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ใช้เวลาประมาณเท่าไร
รวมโดยประมาณ 12–18 เดือนจนถึงการจดทะเบียน โดยขั้นแรกคือ “สืบค้นความเหมือนคล้ายก่อนยื่น เพื่อลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธ” ใช้เวลาราว 2–5 วันทำการ ระยะเวลาทั้งหมดขึ้นกับคิวของหน่วยงานและความครบถ้วนของเอกสาร ควรเผื่อวันหยุดราชการของทั้งสองประเทศ
ขั้นตอนของ จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา มีกี่ขั้น และเริ่มอย่างไร
มีทั้งหมด 6 ขั้น เริ่มจาก “สืบค้นความเหมือนคล้ายก่อนยื่น เพื่อลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธ” และปิดงานที่ “ติดตามการประกาศโฆษณาและรับหนังสือสำคัญเมื่อจดทะเบียนสำเร็จ” แต่ละขั้นมีกรอบเวลากำกับไว้ในหน้านี้ เพื่อให้วางแผนวันยื่นและวันใช้เอกสารได้ล่วงหน้า
ข้อควรระวังที่พบบ่อยของ จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา คืออะไร
ใช้สำเนาเก่าหรือฉบับถ่ายเอกสารแทน “ไฟล์ภาพเครื่องหมายการค้าหรือเอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์” — หลายหน่วยงานปฏิเสธทันที · ข้ามขั้น “จัดรายการสินค้าและบริการตามจำพวกให้ตรงกับการใช้งานจริง” แล้วไปยื่นขั้นถัดไปเลย ทำให้ต้องเริ่มคิวใหม่ทั้งชุด · แปลชื่อเฉพาะไม่ตรงกันระหว่างเอกสารแต่ละฉบับในชุดเดียวกัน · นับกรอบเวลาจากวันที่ส่งเอกสาร แทนที่จะนับจากวันที่หน่วยงานรับเรื่องครบถ้วน
มีคำแนะนำอะไรที่ช่วยให้ จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ผ่านเร็วขึ้น
เตรียม “ไฟล์ภาพเครื่องหมายการค้าหรือเอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์” ให้พร้อมก่อนเริ่ม เพราะเป็นจุดที่ทำให้งานล่าช้าบ่อยที่สุด · ตรวจการสะกดชื่อ–นามสกุลในทุกฉบับให้ตรงกับหนังสือเดินทางก่อนส่ง · ยืนยันกับหน่วยงานปลายทางว่ารับรูปแบบใด ก่อนถึงขั้น “จัดเตรียมคำขอและเอกสารมอบอำนาจให้ครบถ้วน” · เผื่อเวลารวม รวมโดยประมาณ 12–18 เดือนจนถึงการจดทะเบียน และวันหยุดราชการทั้งสองประเทศ
ถ้าไม่สะดวกดำเนินการเอง ให้ทีมงานทำแทนได้ไหม
ได้ทั้งหมด ทีมที่ปรึกษาซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี รับตรวจเอกสาร วางลำดับขั้น ยื่นต่อหน่วยงาน ติดตามสถานะ และส่งคืนเอกสาร ลูกค้าเตรียมเพียงต้นฉบับกับสำเนาหนังสือเดินทาง เราแจ้งความคืบหน้าทุกขั้น และให้คำปรึกษาก่อนเริ่มงานเสมอ

คำตอบเป็นแนวปฏิบัติทั่วไป รายการเอกสารและระยะเวลาจริงอาจต่างกันตามกรณีและหน่วยงานปลายทาง

จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เหมาะกับใคร และเมื่อไรควรให้ที่ปรึกษาดูแล

งานนี้มีเอกสารตั้งต้น 6 รายการและกระบวนการ 6 ขั้น กรอบเวลารวมโดยประมาณ รวมโดยประมาณ 12–18 เดือนจนถึงการจดทะเบียน ผู้ที่มีเวลายื่นเองและเอกสารครบถ้วนสามารถดำเนินการเองได้ แต่ถ้าเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งด้านล่าง การให้ทีมที่ปรึกษาตรวจก่อนยื่นจะช่วยลดโอกาสถูกตีกลับได้มาก

เหมาะกับกรณีต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีเอกสารหลายฉบับออกโดยหน่วยงานต่างกัน และต้องเรียงลำดับการรับรองให้ถูกก่อน–หลังครบ 6 ขั้น
  • ผู้ที่มีกำหนดยื่นแน่นอนและต้องวางแผนย้อนกลับจากกรอบเวลารวม รวมโดยประมาณ 12–18 เดือนจนถึงการจดทะเบียน
  • นิติบุคคลหรือฝ่ายบุคคลที่ต้องทำซ้ำหลายชุด และต้องการรูปแบบเอกสารมาตรฐานเดียวกันทั้ง 6 รายการ
  • ผู้ที่ต้องใช้ จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา กับหน่วยงานปลายทางในต่างประเทศและต้องยึดรูปแบบตามที่ปลายทางกำหนดเท่านั้น

สัญญาณว่าควรปรึกษาก่อนยื่น

  • เอกสารเป็นฉบับถ่ายสำเนา ฉบับเก่า หรือออกโดยหน่วยงานที่เลิกดำเนินการแล้ว
  • ต้องยื่นภายในกรอบเวลาที่สั้นกว่ากรอบปกติ รวมโดยประมาณ 12–18 เดือนจนถึงการจดทะเบียน
  • ต้องใช้เอกสารกับหลายประเทศพร้อมกัน ซึ่งแต่ละปลายทางใช้เส้นทางรับรองต่างกัน
  • หน่วยงานปลายทางระบุอายุเอกสารหรือรูปแบบคำรับรองไว้ แต่ยังตีความข้อกำหนดไม่ชัดเจน

เราไม่ได้รับแค่เดินเรื่อง แต่เป็นที่ปรึกษาให้ตลอดงาน

ทีมงานที่ดูแลงานเอกสารข้ามประเทศมากกว่า 15 ปีจะอ่านข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางร่วมกับคุณ ตรวจเอกสารทั้ง 6 รายการก่อนเริ่ม จัดลำดับ 6 ขั้นให้สอดคล้องกับวันที่คุณต้องใช้จริง แจ้งความคืบหน้าทุกขั้น และเสนอทางเลือกสำรองเมื่อปลายทางเปลี่ยนข้อกำหนดกลางคัน หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ส่งสำเนาเอกสารมาให้ประเมินก่อนได้ เราจะบอกตรง ๆ ว่าเส้นทางไหนสั้นที่สุดสำหรับกรณีของคุณ

ดำเนินการเอง หรือให้ทีมเราดูแล — จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา

งานนี้มีเอกสารต้องเตรียม 6 รายการ และมี 6 ขั้นตอนที่ต้องเดินเรื่องตามลำดับ กรอบเวลารวมโดยประมาณ รวมโดยประมาณ 12–18 เดือนจนถึงการจดทะเบียน ตารางนี้เปรียบเทียบตามความเป็นจริงว่าถ้าทำเองต้องรับภาระอะไรบ้าง และถ้าให้ทีมเราดูแลจะเหลืออะไรที่คุณต้องทำ

หัวข้อดำเนินการเองให้ทีมเราดูแล
การเตรียมเอกสารต้องตรวจสอบและจัดหาเอง 6 รายการ เริ่มจาก “ไฟล์ภาพเครื่องหมายการค้าหรือเอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์”เราตรวจครบทั้ง 6 รายการก่อนเริ่ม และแจ้งสิ่งที่ขาดตั้งแต่วันแรก
การเดินเรื่องแต่ละหน่วยงานไปยื่นและรับเอกสารด้วยตนเองครบทั้ง 6 ขั้นตอน จนถึง “ติดตามการประกาศโฆษณาและรับหนังสือสำคัญเมื่อจดทะเบียนสำเร็จ”ทีมงานเดินเรื่องแทนตามลำดับที่ถูกต้องทั้ง 6 ขั้นตอน
เวลาที่คุณต้องใช้เองต้องเผื่อวันลาและการเดินทางหลายรอบ ตลอดกรอบเวลา รวมโดยประมาณ 12–18 เดือนจนถึงการจดทะเบียนคุณส่งเอกสารครั้งเดียว แล้วรอรับผลตามรอบที่นัดหมาย
ความเสี่ยงถูกตีกลับผิดพลาดเรื่องรูปแบบคำแปล ชื่อสะกดไม่ตรง หรือเอกสารเก่าเกินกำหนด ต้องเริ่มขั้นตอนนั้นใหม่ตรวจรูปแบบให้ตรงข้อกำหนดปลายทางก่อนยื่น จึงลดโอกาสถูกตีกลับได้มาก
การติดตามสถานะต้องโทรสอบถามแต่ละหน่วยงานเอง และไม่มีผู้สรุปภาพรวมให้มีผู้ดูแลเคสรายงานความคืบหน้าเป็นระยะทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
การให้คำปรึกษาต้องตีความข้อกำหนดของปลายทางด้วยตนเองทีมที่ปรึกษาประสบการณ์กว่า 15 ปี ช่วยเลือกเส้นทางเอกสารที่สั้นและถูกต้องที่สุดสำหรับกรณีของคุณ

หมายเหตุ: ระยะเวลาในขั้นตอนของหน่วยงานราชการหรือสถานทูตอยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ให้บริการทุกราย เราไม่รับประกันผลการพิจารณา แต่ช่วยให้เอกสารถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่ครั้งแรก

ไม่อยากยุ่งยาก? ส่งรายละเอียดเคสมาให้เราประเมินเส้นทางเอกสารและกรอบเวลาให้ก่อนตัดสินใจได้

094-895-8999LINE @ThainotaryNotary@ilc.ltd

ถูกตีกลับเพราะอะไร — จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา

รวม 5 สาเหตุที่ทำให้เรื่อง จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ถูกคืนบ่อยที่สุด พร้อมวิธีป้องกันที่ลงมือได้ทันทีก่อนยื่นจริง

  1. 1. ยื่นชุดเอกสารผิดลำดับตอน จัดเตรียมคำขอและเอกสารมอบอำนาจให้ครบถ้วน

    เรียงชุดตามลำดับที่ปลายทางกำหนด แล้วแนบสารบัญหน้าแรกให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้เร็ว ลดโอกาสถูกคืนเรื่อง

  2. 2. ชื่อ–นามสกุลสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง

    ล็อกการสะกดตามหน้าหนังสือเดินทางเป็นมาตรฐานเดียวทั้งชุด และแจ้งชื่อเดิม/ชื่อหลังเปลี่ยนให้ครบพร้อมหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ

  3. 3. รูปแบบการรับรองไม่ตรงกับที่ปลายทางกำหนด

    ขอหนังสือหรืออีเมลจากหน่วยงานปลายทางที่ระบุรูปแบบที่ยอมรับ แล้วเก็บไว้เป็นหลักฐานอ้างอิงตอนยื่น

  4. 4. ขาดเอกสารประกอบท้ายชุด เช่น “ข้อมูลการจดทะเบียนในต่างประเทศ หากจะอ้างสิทธิความสำคัญ”

    ทำเช็กลิสต์และถ่ายสำเนาสำรองทั้งชุดไว้ 1 ชุด เพื่อยื่นรอบแก้ไขได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มใหม่

  5. 5. สแกนไม่ครบหน้า หรือหน้าที่มีตราประทับอ่านไม่ออก

    สแกนสีทุกหน้ารวมหน้าว่างและด้านหลังที่มีตรา แล้วตรวจซ้ำกับรายการเอกสาร 6 รายการก่อนส่ง

หากไม่อยากเสี่ยงถูกตีกลับหรือเสียเวลาเดินเรื่องเอง ทีมที่ปรึกษาของเราตรวจชุดเอกสารให้ก่อนยื่นทุกครั้ง สอบถามได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

สถานการณ์ตัวอย่างเชิงลึก — จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา

3 สถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุดในงาน จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมลำดับการแก้ที่ทีมงานใช้จริง เพื่อให้ท่านประเมินเคสของตนเองได้ก่อนเริ่ม

1. เอกสารหลายฉบับ ต้องใช้ต่างหน่วยงานคนละรอบ

ชุดงานมีเอกสารตั้งแต่ “ไฟล์ภาพเครื่องหมายการค้าหรือเอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์” ถึง “รายการสินค้าหรือบริการที่ต้องการคุ้มครอง จัดตามจำพวก” ซึ่งบางฉบับต้องผ่าน 6 ขั้น ขณะที่บางฉบับใช้น้อยกว่า

แยกชุดตามเส้นทางการรับรอง ไม่รวมยื่นเป็นก้อนเดียว เพื่อไม่ให้ฉบับที่พร้อมแล้วต้องรอฉบับที่ติดขั้นตอน

เมื่อแยกชุดต้องทำสารบัญและรหัสอ้างอิงของแต่ละชุด เพื่อให้ตรวจรับปลายทางได้โดยไม่สับสน

2. ชื่อสะกดไม่ตรงกันระหว่างเอกสารเก่ากับหนังสือเดินทาง

“ไฟล์ภาพเครื่องหมายการค้าหรือเอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์” ออกด้วยการสะกดแบบเดิม แต่หนังสือเดินทางปัจจุบันใช้การสะกดใหม่ ปลายทางจึงมองว่าเป็นคนละบุคคล

ล็อกการสะกดตามหน้าหนังสือเดินทางเป็นมาตรฐานเดียวทั้งชุด 6 รายการ แล้วแนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ/นามสกุลเข้าไปในชุดเดียวกันตั้งแต่ขั้น สืบค้นความเหมือนคล้ายก่อนยื่น เพื่อลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธ

ห้ามแก้การสะกดในคำแปลให้ “สวย” โดยไม่มีเอกสารรองรับ เพราะคำแปลต้องตรงกับต้นฉบับ ไม่ใช่ตรงกับหนังสือเดินทางเพียงอย่างเดียว

3. ต้องใช้หลายภาษาในชุดเดียวกัน

ปลายทางรับคำแปลเฉพาะบางภาษา ขณะที่ต้นฉบับของ จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เป็นภาษาไทยทั้งหมด

ยืนยันภาษาปลายทางก่อน แล้วจัดคำแปลคู่ขนานกับ สืบค้นความเหมือนคล้ายก่อนยื่น เพื่อลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธ เพื่อให้คำแปลเข้าสู่ขั้นรับรองพร้อมต้นฉบับ ไม่ต้องเวียนซ้ำ

อย่าแปลก่อนที่ต้นฉบับจะได้รับตราประทับครบ เพราะตราที่เพิ่มภายหลังจะไม่ปรากฏในคำแปลและถูกตีกลับ

ถ้าไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ส่งภาพเอกสารมาให้ทีมที่ปรึกษาซึ่งดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปี ตรวจก่อนได้ เราจะบอกลำดับที่ถูกต้องและจุดเสี่ยงของเคสท่านตั้งแต่ต้น แล้วรับดำเนินการต่อให้ครบทุกขั้นตอนหากท่านต้องการ

หมายเหตุ: เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเชิงวิชาชีพเพื่อประกอบการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่คำรับรองจากผู้ใช้บริการ และไม่ใช่การรับประกันผลของหน่วยงานผู้มีอำนาจ

อภิธานศัพท์ที่ต้องเข้าใจก่อนเริ่มงาน จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา

คำเหล่านี้คือจุดที่เข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุดในงาน จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และเป็นสาเหตุของการถูกตีกลับมากกว่าความผิดพลาดด้านการแปล นิยามด้านล่างเขียนตามการปฏิบัติจริงของหน่วยงานไทยและหน่วยงานปลายทาง

หน่วยงานปลายทาง (Receiving Authority)
หน่วยงานที่จะใช้เอกสารจริง เช่น สำนักทะเบียน มหาวิทยาลัย ศาล หรือกองตรวจคนเข้าเมือง ข้อกำหนดของหน่วยงานนี้เป็นตัวกำหนดรูปแบบทั้งชุด ไม่ใช่ธรรมเนียมทั่วไปของประเทศนั้น
คำแปลรับรอง (Certified Translation)
คำแปลที่แนบคำรับรองของผู้แปลหรือหน่วยงานว่าแปลครบถ้วนตรงตามต้นฉบับ พร้อมชื่อ ลายมือชื่อ วันที่ และช่องทางติดต่อ รูปแบบคำรับรองที่ยอมรับขึ้นกับหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี
ความสอดคล้องของชื่อ (Name Consistency)
การสะกดชื่อ–นามสกุลในทุกฉบับต้องตรงกับหนังสือเดินทางแบบตัวต่อตัว หากเคยเปลี่ยนชื่อควรแนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อไว้ในชุดเดียวกัน มิฉะนั้นปลายทางจะถือว่าเป็นคนละบุคคล
การรับรองโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ (Notarial Services Attorney)
การที่ทนายความซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความรับรองว่าผู้ลงนามลงลายมือชื่อต่อหน้าตน หรือรับรองว่าสำเนาถูกต้องตรงกับต้นฉบับ ไม่ใช่การรับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง
คำให้การเป็นหนังสือ / Affidavit
ข้อความที่ผู้ให้ถ้อยคำยืนยันว่าเป็นความจริงและลงนามต่อหน้าผู้มีอำนาจรับคำสาบาน ผู้รับรองรับรองเฉพาะการสาบานและการลงนาม ไม่ได้รับรองความถูกต้องของเนื้อหา
ลำดับสายการรับรอง (Chain of Certification)
ลำดับก่อน–หลังที่ผิดไม่ได้: ต้นฉบับ → คำแปล/คำรับรอง → นิติกรณ์กระทรวงการต่างประเทศ → สถานทูตปลายทาง หากข้ามขั้นใดขั้นหนึ่ง หน่วยงานถัดไปจะไม่รับเรื่องและต้องเริ่มคิวใหม่

หากอ่านแล้วยังไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าเงื่อนไขไหน ส่งภาพเอกสารและชื่อหน่วยงานปลายทางมาให้ทีมที่ปรึกษาซึ่งดูแลงานเอกสารข้ามประเทศมากกว่า 15 ปีอ่านให้ก่อนได้ เราตอบเป็นเส้นทางที่ควรใช้จริง ไม่ใช่คำตอบทั่วไป

เช็คลิสต์ตรวจความพร้อมก่อนยื่น จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา

ตรวจ 7 ข้อนี้ให้ผ่านก่อนเริ่มเดินเรื่อง จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา จะช่วยตัดสาเหตุการถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุดออกไปเกือบทั้งหมด แต่ละข้อระบุเหตุผลไว้ให้ตรวจเองได้

  1. 1. แยกให้ชัดว่าปลายทางต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือฉบับอิเล็กทรอนิกส์

    เหตุผล: กรมการกงสุลและสถานทูตหลายแห่งรับเฉพาะต้นฉบับหรือสำเนาที่ออกโดยหน่วยงานผู้ออกเท่านั้น การนำสำเนาถ่ายเอกสารไปยื่นคือสาเหตุการถูกปฏิเสธที่พบบ่อยที่สุด

  2. 2. วางแผนการส่งมอบปลายทาง: ยื่นด้วยตนเอง ส่งไปรษณีย์ระหว่างประเทศ หรือให้ผู้แทนยื่นแทน

    เหตุผล: บางหน่วยงานรับเฉพาะซองที่ส่งจากผู้ออกเอกสารหรือจากทนายโดยตรง ถ้ารู้เงื่อนไขนี้ตั้งแต่ต้น จะจัดชุดเอกสารและใบมอบอำนาจได้ครบในรอบเดียว

  3. 3. ยืนยันเส้นทางรับรองกับหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มเดินเรื่อง

    เหตุผล: ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารไทยยังต้องผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลแล้วตามด้วยสถานทูตปลายทาง การเดาเส้นทางเองแล้วผิดชั้นทำให้เสียทั้งค่าธรรมเนียมและเวลารอคิว

  4. 4. เก็บชุดสำเนาและไฟล์ดิจิทัลของเอกสารทุกชั้นก่อนส่งออกนอกประเทศ

    เหตุผล: เมื่อส่งต้นฉบับออกไปแล้วมักไม่ได้คืน ถ้าปลายทางขอชี้แจงย้อนหลัง สำเนาชั้นรับรองที่เก็บไว้จะช่วยตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องขอออกเอกสารใหม่

  5. 5. วันที่ออกเอกสารยังอยู่ในอายุที่ปลายทางกำหนด (หลายแห่งใช้ 3 หรือ 6 เดือน)

    เหตุผล: เอกสารสถานะบุคคลและหนังสือรับรองนิติบุคคลมักมีอายุใช้งาน ถ้าเดินเรื่องรับรองหลายชั้นแล้วเอกสารหมดอายุระหว่างทาง ต้องเริ่มใหม่ทั้งกระบวนการ

  6. 6. ไฟล์สแกนสีความละเอียดอย่างน้อย 300 dpi เห็นขอบกระดาษครบทั้งแผ่น ไม่มีเงาหรือมุมขาด

    เหตุผล: หน่วยงานหลายแห่งปฏิเสธไฟล์ที่ถ่ายด้วยมือถือเอียง ๆ เพราะตรวจสอบตราประทับไม่ได้ การสแกนใหม่รอบเดียวเร็วกว่ารอผลตีกลับหนึ่งสัปดาห์

  7. 7. คำแปลครอบคลุมทุกส่วนของเอกสาร รวมตราประทับ ลายเซ็น หมายเหตุท้ายหน้า และข้อความด้านหลัง

    เหตุผล: ผู้ตรวจเทียบหน้าต่อหน้า ถ้าตราประทับหรือข้อความหลังเอกสารไม่ถูกแปล จะถือว่าคำแปลไม่ครบถ้วนและต้องแก้ก่อนรับรองชั้นถัดไป

ถ้าไม่อยากไล่ตรวจเองทีละข้อ ส่งภาพเอกสารและชื่อหน่วยงานปลายทางมาให้ทีมที่ปรึกษาซึ่งดูแลงานเอกสารข้ามประเทศมากว่า 15 ปี ตรวจให้ก่อนยื่น แล้วเราดำเนินการต่อให้ครบทุกชั้นจนถึงปลายทาง

ขอบเขตงาน จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา: เราดูแลให้อะไร และคุณเตรียมอะไร

ตารางด้านล่างแยกให้ชัดว่าในงานจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ส่วนไหนเป็นความรับผิดชอบของทีมงาน และส่วนไหนที่ลูกค้าต้องเตรียมเอง เพื่อให้ประเมินเวลาและภาระของตัวเองได้ก่อนตัดสินใจ

ขั้นตอนเราดูแลให้คุณเตรียม
จัดเก็บและใช้ซ้ำในอนาคตจัดชุดเอกสารเป็นระบบ ระบุวันหมดอายุของแต่ละฉบับ และแจ้งล่วงหน้าเมื่อควรต่ออายุหรือคัดใหม่แจ้งแผนธุรกิจหรือแผนเดินทางในอนาคต เพื่อให้ทีมงานเตรียมเอกสารล่วงหน้าได้
ตรวจคุณภาพก่อนส่งมอบตรวจเลขที่รับรอง วันที่ ตราประทับ ลำดับหน้า และความสอดคล้องของชื่อทุกฉบับ พร้อมเก็บสำเนาดิจิทัลไว้ให้ตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลในฉบับตัวอย่างที่ส่งให้ก่อนปิดงาน
ขอ/รวบรวมเอกสารต้นทางยื่นคำขอคัดสำเนาจากหน่วยงานผู้ออก ติดตามคิว และตรวจความถูกต้องของฉบับที่ได้รับก่อนนำไปขั้นต่อไปมอบอำนาจตามแบบฟอร์ม พร้อมสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ
ดูแลหลังส่งมอบหากปลายทางขอเอกสารเพิ่มหรือขอแก้ไข ทีมที่ปรึกษาช่วยวิเคราะห์เหตุผลและวางแนวทางแก้ให้ต่อเนื่องส่งต่อหนังสือแจ้งหรืออีเมลจากปลายทางให้ทีมงานทันทีที่ได้รับ
เดินเรื่องรับรองทีละชั้นจัดลำดับชั้นการรับรองให้ถูกต้อง เข้าคิวยื่นแทน และแก้ไขทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่มไม่ต้องเดินทางไปเอง เพียงยืนยันรายละเอียดเมื่อทีมงานสอบถามระหว่างทาง
ประเมินเคสก่อนเริ่มอ่านเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทาง ระบุว่าต้องใช้เอกสารชุดใด ต้องรับรองกี่ชั้น และมีทางลัดที่ถูกต้องหรือไม่ส่งรูปถ่ายเอกสารที่มีอยู่ พร้อมบอกชื่อหน่วยงาน/ประเทศปลายทาง และกำหนดวันที่ต้องใช้

เราไม่ได้รับงานแบบ “ส่งมาแล้วเดินเรื่อง” เท่านั้น ทุกเคสเริ่มจากการให้คำปรึกษาโดยทีมที่มีประสบการณ์งานเอกสารข้ามประเทศมากกว่า 15 ปี วิเคราะห์ว่าเส้นทางไหนสั้นที่สุดที่ยังถูกต้องตามระเบียบ และเตือนล่วงหน้าเมื่อพบจุดที่มักถูกตีกลับ

หากไม่อยากเสียเวลาไล่ขั้นตอนเอง ส่งรูปเอกสารและชื่อหน่วยงานปลายทางมาให้เราประเมินก่อนได้ ทีมงานจะสรุปเส้นทาง เอกสารที่ต้องใช้ และกรอบเวลาที่เป็นจริงให้ แล้วรับดำเนินการต่อทั้งหมดแทนคุณ

หลังได้เอกสาร จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา แล้ว ต้องดูแลอย่างไรให้ใช้ได้จริง

งานส่วนใหญ่ไม่ได้จบตอนรับเอกสาร แต่จบตอนหน่วยงานปลายทางรับเรื่อง ตารางนี้สรุปสิ่งที่ต้องดูแลต่อหลังงาน จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เสร็จ เพื่อไม่ให้เอกสารที่จ่ายไปแล้วใช้ไม่ได้

หัวข้อแนวปฏิบัติถ้าละเลย
อายุการยอมรับของเอกสารหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่นับอายุจากวันที่ออกเอกสารต้นทาง ไม่ใช่วันที่รับรอง จึงควรยื่นให้เร็วที่สุดหลังได้รับงาน และจดวันที่ออกไว้ในปฏิทินยื่นช้าเกินกรอบที่หน่วยงานกำหนด ต้องขอเอกสารต้นทางใหม่และเดินรับรองซ้ำทั้งชุด
การเปลี่ยนผ่านสู่ Apostille ของไทยอนุสัญญา Apostille สำหรับประเทศไทยมีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่ต้องใช้ก่อนวันนั้นยังต้องเดินสายรับรองกงสุลและสถานทูตตามปกติรอ Apostille ทั้งที่ต้องใช้ก่อนวันมีผล ทำให้พลาดกำหนดยื่นโดยไม่จำเป็น
ความต่อเนื่องของชื่อในเอกสารชุดถัดไปจดจำการสะกดชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้ในงานรอบนี้ไว้เป็นมาตรฐาน แล้วใช้สะกดเดิมกับเอกสารทุกฉบับในอนาคต รวมถึงคำแปลและแบบฟอร์มออนไลน์สะกดต่างกันแม้ตัวอักษรเดียว หน่วยงานอาจถือว่าเป็นคนละบุคคลและขอหนังสือยืนยันชื่อเพิ่ม
การนำคำแปลกลับมาใช้ซ้ำเก็บไฟล์คำแปลพร้อมหน้าคำรับรองของผู้แปลไว้คู่กัน หากต้นฉบับไม่เปลี่ยน คำแปลชุดเดิมมักใช้ต่อได้ เพียงขอรับรองชั้นถัดไปใหม่ตามปลายทางทิ้งหน้าคำรับรองผู้แปลไป ทำให้คำแปลใช้ไม่ได้และต้องแปลใหม่ทั้งฉบับ
เมื่อใดต้องรับรองใหม่ต้องเดินรับรองใหม่เมื่อเปลี่ยนประเทศปลายทาง เปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ แก้ไขข้อความในเอกสาร หรือหน่วยงานปลายทางเปลี่ยนแบบฟอร์ม ส่วนการต่ออายุวีซ่าในประเทศเดิมมักใช้ชุดเดิมได้นำชุดเดิมไปยื่นข้ามประเทศโดยไม่ตรวจ อาจถูกปฏิเสธเพราะห่วงโซ่การรับรองไม่ตรงกับปลายทางใหม่

ทีมงานที่ดูแลเอกสารข้ามประเทศมากว่า 15 ปี ไม่ได้ปิดเคสเมื่อส่งมอบ เรายังให้คำปรึกษาต่อว่าเอกสารชุดนี้ใช้กับปลายทางอื่นได้หรือไม่ ต้องรับรองใหม่ตรงไหน และควรเตรียมอะไรไว้สำหรับรอบถัดไป

ถ้าไม่แน่ใจว่าเอกสารที่มีอยู่ยังใช้ได้ไหม ส่งรูปถ่ายเอกสารและชื่อหน่วยงานปลายทางมาให้เราตรวจ เราจะบอกตรง ๆ ว่าใช้ต่อได้ หรือต้องทำใหม่ส่วนใด และรับดำเนินการต่อให้ทั้งหมด

ผลลัพธ์ที่คุณจะได้รับจริงจากงานจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา

หลายคนทราบว่าต้องทำจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา แต่ไม่ทราบว่า "ของที่ได้กลับมา" หน้าตาเป็นอย่างไร ตารางนี้ระบุสิ่งที่ส่งมอบทุกชิ้น รายละเอียดของแต่ละชิ้น และจุดที่ควรตรวจด้วยตาตนเองก่อนนำไปยื่น

สิ่งที่ส่งมอบรายละเอียดตรวจก่อนยื่น
บันทึกเลขทะเบียนรับรองของทนายความเลขที่รับรองในสมุดทะเบียน Notarial Services Attorney พร้อมวันที่ ซึ่งใช้ตรวจสอบย้อนหลังได้หากปลายทางขอยืนยันความถูกต้องเก็บภาพถ่ายหน้าที่มีเลขทะเบียนไว้แยกต่างหาก เผื่อกรณีเอกสารตัวจริงถูกหน่วยงานเก็บไว้
สำเนาเก็บรักษาฝั่งสำนักงานและอายุการเก็บสำเนาชุดสมบูรณ์ที่สำนักงานเก็บไว้ตามระยะเวลาที่แจ้งไว้ล่วงหน้า พร้อมรหัสเคส เพื่อให้ขอออกซ้ำหรือทำชุดใหม่ได้เร็วโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์จดรหัสเคสไว้ในที่ปลอดภัย และแจ้งทันทีหากต้องการให้ทำลายสำเนาก่อนกำหนด
ไฟล์สแกนความละเอียดสูงทั้งชุดสแกนสี 300 dpi ทุกหน้ารวมด้านหลังที่มีตราประทับ ตั้งชื่อไฟล์เป็นระบบ ส่งให้ทาง อีเมลหรือ LINE เพื่อใช้ยื่นระบบออนไลน์และเก็บเป็นสำเนาสำรองตรวจว่าไฟล์อ่านตราประทับออกชัด ไม่มีเงาขอบ และขนาดไฟล์อยู่ในเพดานที่ระบบปลายทางรับได้
หนังสือรับรองคำแปลของผู้แปลแผ่นรับรองที่ระบุชื่อผู้แปล เลขทะเบียน/คุณสมบัติ ภาษาต้นทาง-ปลายทาง วันที่ และคำรับรองว่าคำแปลถูกต้องตรงกับต้นฉบับ พร้อมลายมือชื่อจริงตรวจการสะกดชื่อ-นามสกุลให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร เพราะเป็นสาเหตุการถูกตีกลับอันดับต้น ๆ
สรุปวิธียื่นและลำดับเอกสารสำหรับปลายทางเอกสารสรุปหนึ่งหน้า ระบุว่าต้องยื่นที่ช่องทางใด เรียงเอกสารลำดับใด ต้องถ่ายสำเนาเพิ่มกี่ชุด และต้องนำอะไรติดตัวไปในวันนัดอ่านทวนก่อนวันยื่น 1 วัน และถ่ายสำเนาสำรองเพิ่มอย่างน้อย 1 ชุดเสมอ

ทีมงานที่ปรึกษาของเราทำงานด้านนี้มากกว่า 15 ปี เราไม่ได้ส่งเอกสารให้แล้วจบ แต่จะไล่ตรวจทุกจุดในคอลัมน์ขวากับคุณทีละข้อ และอธิบายว่าปลายทางจะดูอะไรก่อนเป็นอันดับแรก หากไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเอง ส่งรูปเอกสารมาทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล เราประเมินและดูแลให้ครบทุกขั้นตอน

รูปแบบผลลัพธ์อาจต่างกันตามหน่วยงานปลายทาง โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง

เลือกเส้นทาง จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ให้ถูกตั้งแต่ต้น

ความผิดพลาดของงานจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดตอนทำ แต่เกิดตอน "ตัดสินใจเลือกเส้นทาง" ตั้งแต่วันแรก ตารางนี้คือคำถามที่ต้องตอบให้ได้ก่อนเริ่ม พร้อมผลของการเลือกแต่ละทาง

คำถามที่ต้องตอบก่อนเริ่มถ้าคำตอบคือแบบแรกถ้าคำตอบคือแบบที่สองราคาที่ต้องจ่ายถ้าเลือกผิด
ผู้ลงนามในเอกสารต้องมาแสดงตนเองหรือมอบอำนาจได้ต้องมาเอง — งานรับรองลายมือชื่อและคำสาบานต้องลงนามต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรอง พร้อมหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนตัวจริงมอบอำนาจได้ — ต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ระบุขอบเขตชัดเจน และมักต้องรับรองลายมือชื่อผู้มอบอำนาจก่อนเป็นลำดับแรกเตรียมเอกสารครบแต่ผู้ลงนามไม่ตรงเงื่อนไข = เสียคิวนัดและต้องจัดชุดเอกสารใหม่ทั้งหมด
คุณต้องการเดินเรื่องเองหรือให้ทีมงานดำเนินการแทนทั้งหมดเดินเองบางส่วน — เหมาะเมื่อคุณอยู่ในไทยและว่างในวันทำการ เราช่วยจัดชุดเอกสารและสรุปลำดับการยื่นให้ให้ดำเนินการแทนทั้งหมด — ส่งภาพเอกสารมาทาง โทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ทีมงานประเมิน จัดชุด ยื่น ติดตาม และส่งคืนถึงมือประเมินเวลาตัวเองสูงเกินจริงคือสาเหตุที่งานค้างกลางทางบ่อยที่สุด โดยเฉพาะขั้นที่ต้องไปหลายหน่วยงานในวันเดียวกัน
เอกสารของคุณมีอายุจำกัดหรือไม่ (เช่น 3 หรือ 6 เดือนนับจากวันออก)มีอายุจำกัด — ต้องเริ่มสายรับรองให้ชิดวันยื่นมากที่สุด ไม่ควรขอเอกสารล่วงหน้านานเกินไปไม่มีอายุจำกัด — ขอล่วงหน้าได้ และควรทำก่อนช่วงพีคเพื่อลดเวลารอคิวของหน่วยงานเอกสารหมดอายุก่อนถึงมือปลายทาง ต้องขอใหม่และเดินสายรับรองใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น
ปลายทางกำหนดผู้แปลแบบใด (นักแปลรับรอง / NAATI / นักแปลสาบานตน)กำหนดคุณสมบัติเฉพาะ — ต้องเลือกผู้แปลตามระบบนั้นตรง ๆ เช่น NAATI สำหรับออสเตรเลีย หรือนักแปลสาบานตนของประเทศนั้น ๆไม่กำหนด — ใช้คำแปลพร้อมหนังสือรับรองคำแปลของผู้แปล แล้วต่อสายรับรองตามหน่วยงานปลายทางได้ใช้ผู้แปลผิดระบบ คำแปลจะไม่ถูกรับแม้เนื้อหาถูกต้องทุกตัวอักษร และต้องแปลใหม่ทั้งฉบับ
ชื่อ-นามสกุลในเอกสารทุกฉบับสะกดตรงกับหนังสือเดินทางหรือไม่ตรงกันทุกฉบับ — เดินสายรับรองได้ทันที เพียงล็อกการสะกดนี้ไว้ใช้กับคำแปลทุกฉบับต่อจากนี้ไม่ตรง (เปลี่ยนชื่อ/สมรส/ทับศัพท์ต่างกัน) — ต้องเตรียมหนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือทะเบียนสมรส และรับรองควบไปพร้อมชุดหลักชื่อไม่ตรงเพียงตัวอักษรเดียวเป็นสาเหตุการถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด และมักถูกพบตอนยื่นวันสุดท้าย

ทีมที่ปรึกษาของเราทำงานสายนี้มากว่า 15 ปี เราไม่ได้เป็นแค่ผู้รับทำเอกสาร แต่จะนั่งไล่คำถามเหล่านี้กับคุณทีละข้อก่อนเริ่มงาน เพื่อไม่ให้เสียรอบเดินเอกสาร ถ้าไม่อยากยุ่งยาก ส่งภาพเอกสารมาทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล เราประเมินเส้นทางที่ถูกต้องให้ และดำเนินการแทนได้ทุกขั้นตอน

เงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง

ทำจากต่างจังหวัดได้ไหม — พื้นที่ที่เรารับงานประจำ

จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ด้วยตนเองทุกขั้น ลูกค้าใน 10 จังหวัดต่อไปนี้ใช้บริการแบบส่งเอกสารและติดตามผลทางออนไลน์เป็นประจำ จุดนัดพบต่างจังหวัดเป็นจุดรับ-ส่งเอกสารของทีมงาน ไม่ใช่สำนักงานที่เปิดรับ walk-in

ขั้นตอนสำหรับลูกค้าต่างจังหวัด

  1. ส่งภาพถ่ายหรือสแกนเอกสารให้ตรวจก่อน เพื่อยืนยันว่าใช้ฉบับที่ถูกต้องและยังไม่หมดอายุ
  2. จัดส่งต้นฉบับแบบมีเลขติดตาม พร้อมสำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชน
  3. ทีมงานยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรายงานความคืบหน้าทุกขั้น
  4. ส่งเอกสารคืนตามที่อยู่ที่ระบุ หรือส่งต่อให้ปลายทางตามที่ตกลงไว้

ถ้าจังหวัดของคุณไม่อยู่ในรายการนี้ ยังใช้บริการได้ตามปกติ เพราะขั้นตอนหลักดำเนินการที่หน่วยงานในกรุงเทพฯ อยู่แล้ว ทีมที่ปรึกษาซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี จะตรวจเอกสารให้ก่อนส่ง เพื่อไม่ให้เสียเที่ยวขนส่งโดยไม่จำเป็น

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับดำเนินการ

ทีมงานที่ทำงานเอกสารข้ามพรมแดนมากกว่า 15 ปี เริ่มจากการฟังปลายทางที่คุณต้องใช้เอกสารก่อน แล้วจึงออกแบบลำดับขั้นให้สั้นที่สุดเท่าที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ

  • ประเมินก่อนเริ่มงานว่าเอกสารชุดที่คุณมีอยู่เพียงพอหรือยัง และอะไรที่ต้องออกใหม่
  • เลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับ ไม่ทำขั้นตอนที่ไม่จำเป็น
  • แจ้งล่วงหน้าเมื่อเห็นความเสี่ยงที่จะถูกตีกลับ เช่น การสะกดชื่อไม่ตรงกันหรือรูปแบบคำแปลที่ปลายทางไม่รับ
  • ให้คำแนะนำเรื่องลำดับเวลา กรณีที่หลายเรื่องต้องเดินคู่กัน เช่น วีซ่ากับใบอนุญาตทำงาน
  • ตอบคำถามหลังงานเสร็จ เมื่อหน่วยงานปลายทางขอเอกสารเพิ่มเติม

ข้อมูลกรอบเวลาทั้งหมดเป็นช่วงโดยประมาณตามคิวของหน่วยงาน การพิจารณาและการรับเอกสารเป็นดุลพินิจของหน่วยงานผู้รับเสมอ

ไม่อยากยุ่งยาก ให้เราดูแลให้ทั้งหมด

ทุกขั้นตอนข้างต้นเรารับดำเนินการแทนได้แบบครบวงจร ตั้งแต่ตรวจเอกสาร แปล รับรอง เดินเรื่องหน่วยงาน จนถึงส่งคืนเอกสาร คุณเตรียมแค่ต้นฉบับกับสำเนาหนังสือเดินทาง ที่เหลือเราจัดการและแจ้งความคืบหน้าทุกขั้น

คู่มือบริการอื่น

ข้อมูลสำคัญโดยสรุปบริการรับรองและแปลเอกสารครบวงจร

ค่าบริการโดยประมาณ
เริ่มต้น สอบถามราคา — ประเมินราคาชัดเจนก่อนเริ่มงานเสมอ
ระยะเวลาดำเนินการ
1–7 วันทำการ ตามประเภทงานและหน่วยงานปลายทาง
สิ่งที่ลูกค้าได้รับ
เอกสารที่รับรองถูกต้องตามระเบียบ พร้อมคำแนะนำขั้นตอนถัดไป
พื้นที่ให้บริการ
ทั่วประเทศไทย — รับงานทางไปรษณีย์/ขนส่ง และออนไลน์ ไม่ต้องเดินทางมาเอง

ราคาข้างต้นเป็นช่วงประมาณการ ราคาจริงขึ้นกับจำนวนหน้า คู่ภาษา และหน่วยงานปลายทาง

สอบถามและขอใบเสนอราคาได้ทันที

เอกสารที่ต้องเตรียมบริการรับรองและแปลเอกสาร

  1. 1บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุของผู้ลงนาม
  2. 2เอกสารตัวจริงหรือไฟล์สแกนสีที่ครบทุกหน้า
  3. 3ชื่อหน่วยงานปลายทางและกำหนดวันที่ต้องยื่น
  4. 4ช่องทางติดต่อกลับที่สะดวกที่สุด (โทรศัพท์ LINE หรืออีเมล)

ข้อควรทราบก่อนเริ่มงาน

  • ตรวจสอบว่าชื่อบุคคลในทุกเอกสารสะกดตรงกัน มิฉะนั้นหน่วยงานปลายทางอาจปฏิเสธ
  • หากเอกสารมีหลายหน้า ควรเย็บและประทับตราคาบรอยต่อก่อนนำไปรับรอง

ไปต่อที่บริการที่เกี่ยวข้อง

เส้นทางที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ต่อจากหน้านี้ — สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลได้ทุกขั้นตอน

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงระเบียบและประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นเอกสาร