Skip to main content
NYC Legal & Notary
NPT Notary Public Thailand
บริการแปลและรับรองนิติกรณ์

ตรวจทานล่าสุด: · โดย ทีมบรรณาธิการ NPT

ตรวจทานโดย ทีมบรรณาธิการ NPTEditorial & Compliance Teamผ่านการตรวจทานโดยกองบรรณาธิการ

Embassy Legalization vs MFA vs Apostille — Decision Tree ตัดสินใจใน 3 นาที

8 นาที

หลังประเทศไทยเข้าเป็นภาคี Apostille โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 28 ก.พ. 2570 ผู้ใช้บริการมักสับสนว่า: ต้องใช้ Apostille หรือ MFA Legalization หรือ Embassy Legalization? คำตอบขึ้นกับ (1) ประเทศปลายทาง (2) ประเภทเอกสาร (3) วัตถุประสงค์การใช้งาน บทความนี้รวบรวม Decision Tree ที่ทนาย NPT ใช้คัดกรองเคสจริง พร้อมตารางเปรียบเทียบครบทุกมิติ

1.Decision Tree — เริ่มจากปลายทาง

**คำถามที่ 1: ประเทศปลายทางเป็นภาคี HCCH 1961 หรือไม่** — ถ้า YES (US, UK, EU, Japan, Korea, China, Australia, India, Singapore) → ใช้ **Apostille** เพียงพอ — ถ้า NO (UAE, Saudi, Vietnam, Cambodia, Indonesia, Taiwan) → ต้องใช้ **MFA Legalization + Embassy Legalization** — **คำถามที่ 2: เอกสารเป็น Public Document หรือ Private?** — Public (ออกโดยราชการ) → Apostille ได้เลย — Private (สัญญา, POA) → ต้อง Notarize ก่อนแล้วถึง Apostille — **คำถามที่ 3: ประเทศปลายทางต้องการ Embassy Stamp ด้วยหรือไม่ (แม้เป็นภาคี HCCH)?** — บางประเทศเช่น Germany, France ในบางเคสยังต้องการ Consular Certification เพิ่ม — ตรวจสอบที่สถานทูตปลายทาง

2.ตารางเปรียบเทียบ 3 แบบ

| มิติ | Apostille | MFA Legalization | Embassy Legalization | — | — | — | — | **ขั้นตอน** | 1 ขั้น (MFA) | 1 ขั้น (MFA) | 2 ขั้น (MFA → Embassy) | **เวลา** | 1-2 วัน | 2 วัน | 5-10 วัน | **ค่าธรรมเนียม** | 200-สอบถามราคา | 200-สอบถามราคา | 700-สอบถามราคา | **ใช้กับ** | 130 ประเทศภาคี HCCH | ทุกประเทศ | ประเทศไม่ภาคี HCCH | **รูปแบบ** | ใบ Apostille มาตรฐาน 10 ช่อง | ตรา MFA + ลายเซ็น | ตรา MFA + ตราสถานทูต | **ความปลอดภัย** | สูง (มาตรฐานสากล) | สูง | สูงสุด (สำหรับประเทศที่ต้องการ)

3.เคสตัวอย่าง — เลือกแบบไหน

**Case 1:** สมัครเรียน MBA Harvard ส่ง Transcript ไทย → **Apostille** (US เป็นภาคี HCCH) — **Case 2:** ทำงานที่ Dubai, UAE ส่ง Degree + Police Clearance → **MFA + Embassy** (UAE ไม่ใช่ภาคี) — **Case 3:** จดสมรสที่ Tokyo, Japan ส่ง Single Status Certificate → **Apostille** (Japan เป็นภาคี ตั้งแต่ 1970) — **Case 4:** ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ Phnom Penh, Cambodia ส่ง POA → Notarize ที่ไทย → **MFA + Embassy Cambodia** — **Case 5:** ทำงานที่ Berlin, Germany ส่ง Degree → **Apostille** (Germany ภาคี + ถอน Objection ไทยแล้วเดือน เม.ย. 2025)

4.ประเทศที่มีข้อยกเว้น (Update มิ.ย. 2026)

**Germany & Austria:** เคยมี Objection ต่อไทยช่วง ม.ค.-เม.ย. 2025 → ถอนแล้ว ใช้ Apostille ได้ปกติ — **Greece:** ต้องการ Apostille ภาษาอังกฤษ + แปลกรีก รับรองโดยทนายกรีก — **Hungary:** บางเคสต้องผ่าน Consul Hungary เพิ่ม — **South Korea:** Apostille ใช้ได้ แต่บางหน่วยงาน (NHIS, MOJ) ยังต้องการ Embassy Stamp — **China:** Apostille มีผล 7 พ.ย. 2023 — แต่ Hong Kong/Macau ใช้ Apostille อยู่แล้วตั้งแต่ก่อน 1997 — **Taiwan:** ไม่ใช่ภาคี HCCH → ต้องใช้ Embassy (สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป)

5.Checklist ก่อนตัดสินใจ

**5 ข้อต้องเช็คก่อนเลือกบริการ:** (1) ประเทศปลายทาง + หน่วยงานปลายทาง — บางหน่วยงานยังขอ Embassy แม้ประเทศเป็นภาคี HCCH — (2) ภาษาเอกสาร — ต้องแปลเป็นภาษาปลายทางก่อนหรือไม่ — (3) อายุเอกสาร — บางประเทศกำหนดเอกสารต้องไม่เกิน 3-6 เดือน — (4) จำนวนชุด — บางเอกสารต้องการ Apostille หลายฉบับ (สถานทูตเก็บ 1 + ผู้ใช้เก็บ 1) — (5) วัตถุประสงค์ — สมัครเรียน/ทำงาน/แต่งงาน/ซื้อทรัพย์สิน — แต่ละแบบต้องการเอกสารต่างกัน

คำถามที่พบบ่อย

ประเทศปลายทางเป็นภาคี HCCH แล้วจำเป็นต้องทำ Embassy Legalization อีกไหม

โดยทั่วไป — ไม่จำเป็น — Apostille เพียงพอ — แต่บางหน่วยงานเฉพาะเช่น South Korea NHIS, Greece Court ยังต้องการ Embassy Stamp เพิ่ม ตรวจกับสถานทูตปลายทางก่อนทำ

Apostille กับ MFA Legalization ค่าธรรมเนียมเท่ากันไหม

เท่ากัน — สอบถามราคา/ฉบับ (บริการปกติ 2 วัน) / สอบถามราคา (ด่วน 1 วัน) — ต่างที่ Apostille ใช้ฟอร์มมาตรฐาน 10 ช่องของ HCCH 1961 ส่วน MFA Legalization ใช้ตราประทับของกรมการกงสุล

ทำ Apostille แล้วยังต้องแปลภาษาปลายทางไหม

ขึ้นกับประเทศ — สหรัฐฯ, อังกฤษ, ออสเตรเลีย ส่วนใหญ่ภาษาอังกฤษเพียงพอ — ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, เกาหลี ต้องการแปลภาษาปลายทาง + รับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนของประเทศนั้น

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรวมเปรียบเทียบ

**Apostille ครบวงจร:** 2,500-สอบถามราคา/ชุด (แปล + Notarize + Apostille) — **Embassy Legalization ครบวงจร:** 4,500-สอบถามราคา/ชุด (แปล + Notarize + MFA + Embassy) — **ปัจจัยเพิ่ม:** ค่าธรรมเนียมสถานทูต (USA $50, UK £30, China ¥125, Saudi สอบถามราคา)

หากปลายทางขอ 'Apostille' แต่ต้องการตรา Embassy ด้วยจะทำอย่างไร

ทำทั้ง 2 อย่าง: (1) MFA ออก Apostille ก่อน → (2) ส่งต่อสถานทูตปลายทางขอตราเพิ่ม — บริการ NPT จัดการทั้ง 2 ขั้นภายใน 7-10 วัน ค่าบริการ 5,500-สอบถามราคา/ชุด

ใช้บริการ Notary ที่ NPT ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่

เริ่มต้น สอบถามราคาต่อชุดเอกสาร ขึ้นกับชนิดเอกสารและจำนวนหน้า บริการรวมการตรวจสอบลายเซ็น ประทับตรา และจัดทำ Notarial Certificate ภาษาอังกฤษ พร้อมให้คำปรึกษาแนวทาง MFA + กงสุลปลายทางโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

นัดด่วนภายในวันได้หรือไม่

ได้ครับ — เรารับเคสด่วน Same-day Notary ที่สำนักงานลาดพร้าว 95 และมีบริการ Notary นอกสถานที่ในรัศมีกรุงเทพ-ปริมณฑล โทร 094-895-8999 หรือ LINE @Thainotary เพื่อเช็คคิวก่อนเดินทาง

ปรึกษาทนาย Notary โดยตรง

บริษัท เอ็นวายซี ลีเกิล แอนด์ โนตารี เซอร์วิส จำกัด · DBD 0435567000061

ประเด็นสำคัญ

  • เอกสารราชการไทยต้องเป็นฉบับจริงหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง
  • คำแปลต้องถูกต้องตรงตามต้นฉบับ มิฉะนั้นอาจถูกปฏิเสธและต้องยื่นใหม่
  • หลายประเทศกำหนดให้ต้องผ่านสถานทูตปลายทางหลังนิติกรณ์ไทยอีกขั้นหนึ่ง
  • อัตราค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นไปตามประกาศของกรมการกงสุล โปรดตรวจสอบก่อนยื่น

ขั้นตอนดำเนินการ (โดยสังเขป)

ขั้นตอนผู้ดำเนินการ / หน่วยงานเอกสารที่ต้องใช้ระยะเวลาโดยประมาณ
1. ขอเอกสารราชการฉบับจริงหรือสำเนารับรองหน่วยงานผู้ออกเอกสาร (เขต/อำเภอ, กรมการปกครอง ฯลฯ)บัตรประชาชน/หนังสือเดินทาง + แบบคำร้องประมาณ 1–5 วันทำการ
2. แปลเอกสารให้ตรงต้นฉบับผู้แปลที่กรมการกงสุลยอมรับต้นฉบับ + สำเนาหนังสือเดินทาง (สะกดชื่อให้ตรง)ประมาณ 1–3 วันทำการ
3. ยื่นนิติกรณ์รับรองเอกสารและคำแปลกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศต้นฉบับ + คำแปล + แบบคำร้องประมาณ 2–5 วันทำการ (บริการปกติ)
4. รับรองซ้อนที่สถานทูตปลายทาง (ถ้ากำหนด)สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางเอกสารที่ผ่านนิติกรณ์แล้วประมาณ 1–10 วันทำการ

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณและขึ้นอยู่กับคิวของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ โปรดตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเพิ่มเติม

เอกสารต้องเตรียมอะไรบ้าง
โดยทั่วไปต้องมีเอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองโดยหน่วยงานผู้ออก คำแปลภาษาอังกฤษ บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ยื่น และหนังสือมอบอำนาจหากยื่นแทน สอบถามรายละเอียดและขอบเขตงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
ยื่นที่ใดได้บ้าง
ยื่นได้ที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ และสำนักงานหนังสือเดินทางที่เปิดให้บริการงานนิติกรณ์ตามที่กรมการกงสุลประกาศ รวมถึงช่องทางไปรษณีย์ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ต้องรับรองที่สถานทูตต่อหรือไม่
หากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille การรับรองชั้นเดียวก็เพียงพอ แต่หากไม่ใช่ภาคี ต้องนำเอกสารที่ผ่านการรับรองไปยื่นต่อสถานทูตของประเทศนั้นในประเทศไทยอีกชั้นหนึ่ง
คำแปลต้องทำโดยใคร
กรมการกงสุลรับรองความถูกต้องของคำแปลโดยตรวจเทียบกับต้นฉบับ ผู้แปลจึงต้องจัดทำคำแปลให้ครบถ้วนตรงตามต้นฉบับ รวมถึงตราประทับ ลายเซ็น และหมายเหตุท้ายเอกสาร
เอกสารที่ออกโดยเอกชนรับรองได้ไหม
เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือหนังสือรับรองบริษัทฉบับที่มิได้ออกโดยราชการ ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยผู้มีอำนาจตามที่กำหนดก่อน จึงจะเข้าสู่กระบวนการรับรองของกรมการกงสุลได้
ระยะเวลาดำเนินการเป็นอย่างไร
กรมการกงสุลมีทั้งบริการปกติและบริการด่วนตามระเบียบที่ประกาศไว้ ระยะเวลาจริงขึ้นกับประเภทเอกสารและปริมาณคำขอในแต่ละช่วง ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนวางแผนการเดินทาง

เชื่อมโยงกับขั้นตอนอื่นที่เกี่ยวข้อง

กรมการกงสุลรับรองเฉพาะลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้ลงนามในเอกสาร ไม่ได้รับรองเนื้อหา ดังนั้นเอกสารเอกชนจึงต้องผ่าน การรับรองโดยทนายความ Notary ก่อน และหากต้องใช้ต่อในต่างประเทศ ให้วางแผนต่อเนื่องกับ การรับรองของสถานทูตปลายทาง ในคราวเดียวเพื่อลดจำนวนรอบเดินเอกสาร

อธิบายเชิงลึก: เงื่อนไขจริงและสาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับนิติกรณ์กรมการกงสุล

เรียบเรียงจากหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานผู้มีอำนาจประกาศไว้ ไม่ใช่ข้อความโฆษณา

เอกสารที่ผ่านนิติกรณ์แล้วมักต้องต่อด้วยการรับรองที่สถานทูตปลายทาง เว้นแต่ประเทศปลายทางรับ Apostille ลำดับนี้กำหนดโดยประเทศผู้รับ ไม่ใช่โดยผู้ยื่น

เงื่อนไขที่ต้องผ่านจริง

  • ชื่อบุคคลในคำแปลต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทาง
  • เอกสารที่มีการแก้ไข ขูดลบ หรือเย็บใหม่ อาจไม่ได้รับการรับรอง
  • คำแปลต้องถูกต้องครบถ้วนตรงกับต้นฉบับ รวมถึงตราประทับและข้อความท้ายเอกสาร

สาเหตุที่พบบ่อยเมื่อถูกตีกลับ

  • ข้ามขั้นการรับรองจากสถานทูตต้นทางสำหรับเอกสารที่ออกในต่างประเทศ
  • นำสำเนามาแทนต้นฉบับ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มีฐานสำหรับเทียบ

ก่อนยื่น ควรตรวจว่าเอกสารผ่านต้นทางครบแล้ว คำแปลตรงทุกองค์ประกอบ และทราบว่าปลายทางต้องการขั้นตอนต่ออีกหรือไม่ สอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลพร้อมระบุประเทศปลายทาง

ข้อมูลสำคัญโดยสรุปApostille ประเทศไทย

ค่าบริการโดยประมาณ
เริ่มต้น 2,000–สอบถามราคา ต่อชุดเอกสาร
ระยะเวลาดำเนินการ
ปกติ 3–7 วันทำการ
สิ่งที่ลูกค้าได้รับ
ใบ Apostille ตามอนุสัญญา Hague ซึ่งไทยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 28 ก.พ. 2570
พื้นที่ให้บริการ
ทั่วประเทศไทย — รับงานทางไปรษณีย์/ขนส่ง และออนไลน์ ไม่ต้องเดินทางมาเอง

ราคาข้างต้นเป็นช่วงประมาณการ ราคาจริงขึ้นกับจำนวนหน้า คู่ภาษา และหน่วยงานปลายทาง

สอบถามและขอใบเสนอราคาได้ทันที

เอกสารที่ต้องเตรียมApostille ประเทศไทย

  1. 1เอกสารตัวจริงที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทย หรือเอกสารเอกชนที่ผ่านการรับรองโนตารีแล้ว
  2. 2ยืนยันว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Hague (ไทยมีผลใช้บังคับ 28 ก.พ. 2570)
  3. 3บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุของผู้ลงนาม
  4. 4คำแปลรับรอง หากหน่วยงานปลายทางต้องการฉบับภาษาราชการของประเทศนั้น

ข้อควรทราบก่อนเริ่มงาน

  • ตรวจสอบข้อกำหนดเฉพาะของหน่วยงานปลายทางเสมอ เพราะแต่ละแห่งกำหนดรูปแบบไม่เหมือนกัน
  • เก็บสำเนาทุกฉบับที่ยื่นไว้กับตัว เผื่อหน่วยงานปลายทางขอเอกสารเพิ่มเติมภายหลัง

คำแนะนำจากผู้ปฏิบัติงานจริงการรับรองเอกสารแบบ Apostille

หน่วยงานผู้มีอำนาจ: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

คำแนะนำจากผู้ปฏิบัติงานจริง

  • ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคี ต้องใช้เส้นทางรับรองสถานทูตแทน — เลือกเส้นทางให้ถูกตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ให้เสียรอบ
  • ระยะเวลาดำเนินการโดยประมาณ 3–7 วันทำการ ขึ้นกับคิวของหน่วยงาน โปรดยืนยันก่อนวางแผนวันยื่น
  • ตรวจว่าเอกสารที่ยื่นเป็นฉบับที่หน่วยงานผู้ออกเพิ่งออกให้ ไม่ใช่สำเนาเก่าที่ถ่ายเก็บไว้
  • เก็บภาพถ่ายตรา Apostille ไว้ เพราะบางประเทศให้ตรวจสอบเลขที่ทะเบียนออนไลน์
  • ตรวจสอบก่อนว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก และสถานะมีผลใช้บังคับระหว่างสองประเทศจริง (ตรวจที่ตาราง status ของ HCCH)

ข้อควรระวัง — สาเหตุที่เอกสารมักถูกตีกลับ

  • วางแผนกระชั้นโดยไม่เผื่อคิวหน่วยงาน
  • ขอ Apostille ไปยังประเทศที่ไม่ใช่ภาคี ทำให้ปลายทางปฏิเสธเอกสาร
  • ยื่นเอกสารเอกชนโดยไม่ผ่านการรับรองลายมือชื่อก่อน
  • ยื่นคำแปลที่ยังไม่ได้รับรองคำแปล
  • ใช้สำเนาที่ไม่ได้ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ

แหล่งอ้างอิงทางการ: www.hcch.net/en/instruments/conventions/status-table/?cid=41 · consular.mfa.go.th/th/publicservice/legalization

ข้อมูลเป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องใช้เส้นทางไหน สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

เปรียบเทียบทางเลือก

  • อะโพสทีล เอกสารไทย ต่างกับอะไร
  • อะโพสทีล เอกสารไทย กรณีไหนต้องใช้
  • Apostille ประเทศไทย ต่างกับอะไร
  • Apostille ประเทศไทย กรณีไหนต้องใช้

ข้อมูลพื้นฐาน

  • อะโพสทีล เอกสารไทย คืออะไร
  • อะโพสทีล เอกสารไทย มีขั้นตอนอย่างไร
  • อะโพสทีล เอกสารไทย หน่วยงานไหนรับผิดชอบ
  • Apostille ประเทศไทย คืออะไร

ไม่พบคำที่ตรงกับกรณีของคุณ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบถาม

คำถามที่พบบ่อยเชิงลึกการรับรองเอกสารแบบ Apostille

คำตอบอ้างอิงหลักเกณฑ์ของหน่วยงานผู้มีอำนาจ ไม่ใช่ข้อความโฆษณา

หน่วยงานใดเป็นผู้มีอำนาจในการรับรองเอกสารแบบ Apostille

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานผู้มีอำนาจหลักสำหรับการรับรองเอกสารแบบ Apostille การรับรองหรือการยื่นที่ไม่ผ่านหน่วยงานที่ปลายทางกำหนด อาจไม่ถูกยอมรับแม้เอกสารจะถูกต้องในเชิงเนื้อหา ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

จะตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดของการรับรองเอกสารแบบ Apostilleได้จากแหล่งใด

ตรวจสอบจากประกาศของ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยตรง แหล่งอ้างอิงทางการที่เราใช้ประกอบหน้านี้คือ https://www.hcch.net/en/instruments/conventions/status-table/?cid=41 · https://consular.mfa.go.th/th/publicservice/legalization เนื่องจากหลักเกณฑ์อาจปรับปรุงได้ตลอด จึงควรอ่านฉบับล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ถ้ากรณีของเรามีเงื่อนไขเฉพาะ ควรดำเนินการอย่างไรกับการรับรองเอกสารแบบ Apostille

กรณีเฉพาะ เช่น ชื่อไม่ตรงกันระหว่างเอกสาร เอกสารออกจากต่างประเทศ หรือกำหนดยื่นกระชั้น ควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจชุดเอกสารก่อน แล้วยืนยันเงื่อนไขกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ อีกครั้ง สอบถามรายละเอียดและระยะเวลาได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล (เราไม่ประกาศราคาไว้บนหน้าเว็บ เพราะขึ้นกับชนิดเอกสารและปลายทาง) ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

การรับรองเอกสารแบบ Apostilleใช้เวลาดำเนินการนานเท่าใด

ระยะเวลาไม่คงที่ เพราะขึ้นกับคิวและหลักเกณฑ์ของ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ชนิดเอกสาร และหน่วยงานปลายทางที่จะรับเรื่อง เราจึงไม่ประกาศตัวเลขตายตัวไว้บนหน้าเว็บ แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือเผื่อเวลาก่อนกำหนดยื่นจริง และสอบถามคิวปัจจุบันกับเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนวางแผนเดินทาง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ได้จากการรับรองเอกสารแบบ Apostilleมีอายุการใช้งานหรือไม่

อายุการใช้งานไม่ได้กำหนดโดยผู้ให้บริการ แต่กำหนดโดยหน่วยงานที่รับเรื่องปลายทาง หลายแห่งรับเฉพาะเอกสารที่ออกใหม่ภายในช่วงเวลาหนึ่ง จึงควรสอบถามเกณฑ์ของปลายทางก่อน แล้วจึงเริ่มขั้นตอนกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุระหว่างรอคิว ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ต้องไปดำเนินการการรับรองเอกสารแบบ Apostilleด้วยตนเองหรือมอบอำนาจได้

บางขั้นตอนต้องให้เจ้าของเอกสารลงนามหรือแสดงตนเอง บางขั้นตอนมอบอำนาจได้ ขึ้นกับหลักเกณฑ์ของ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และชนิดของเอกสาร ควรยืนยันเงื่อนไขก่อนนัดหมาย เพื่อไม่ให้เดินทางไปแล้วยื่นไม่ได้ หากไม่แน่ใจ สอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ทำไมหน้านี้จึงไม่แสดงราคาของการรับรองเอกสารแบบ Apostille

ขอบเขตงานต่างกันมากในแต่ละเคส ทั้งจำนวนหน้า ภาษา จำนวนรอบการรับรอง และค่าธรรมเนียมราชการที่ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เรียกเก็บตามประกาศ การประกาศตัวเลขเดียวจึงอาจทำให้เข้าใจผิด เราจึงให้ประเมินตามเอกสารจริง ส่งรายละเอียดมาทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลเพื่อรับการประเมินที่ตรงกับกรณีของคุณ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

เตรียมเอกสารสำหรับการรับรองเอกสารแบบ Apostilleอย่างไรให้ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก

ตรวจสอบก่อนว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก และสถานะมีผลใช้บังคับระหว่างสองประเทศจริง (ตรวจที่ตาราง status ของ HCCH) — โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจคือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

กรณีของคุณอาจมีเงื่อนไขเฉพาะ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

094-895-8999LINE @ThainotaryNotary@ilc.ltd

แหล่งอ้างอิงทางการ: www.hcch.net · consular.mfa.go.th

ไปต่อที่บริการที่เกี่ยวข้อง

เส้นทางที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ต่อจากหน้านี้ — สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลได้ทุกขั้นตอน

สถานะอนุสัญญา Apostille ของประเทศไทย (ตรวจสอบล่าสุด 30 ก.ค. 2569)

ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางตามขั้นตอนเดิม

ปัจจุบัน (ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านขั้นตอนเดิม คือ แปลรับรอง → รับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรอง → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทาง

เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารมหาชนของไทยที่ส่งไปยังประเทศภาคี (รวม 130 ประเทศ) จะใช้ใบ Apostille จากกรมการกงสุลเพียงใบเดียว โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตปลายทางอีก

แหล่งอ้างอิง: HCCH (องค์กรผู้เก็บรักษาอนุสัญญา) Thailand accedes to the 1961 Apostille Convention

ใบอนุญาตและการขึ้นทะเบียนที่ตรวจสอบได้

การคุ้มครองผู้ใช้บริการและการรับประกันงาน

  • รับประกันแก้ไขงานให้ใหม่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากหน่วยงานผู้รับเรื่องปฏิเสธในการยื่นครั้งแรกจากความผิดพลาดของเรา
  • แจ้งค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
  • รักษาความลับของเอกสารภายใต้ข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ติดต่อสอบถามและขอใบเสนอราคาได้โดยตรงทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

อ่านฉบับเต็มได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อกำหนดการให้บริการ

กรณีศึกษาจำลองจากลักษณะงานที่พบบ่อย ไม่ใช่ลูกค้ารายบุคคล และไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลจริง

หนังสือมอบอำนาจ จากหนองคาย เพื่อจดทะเบียนสมรสต่างประเทศ

ชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยจากหนองคาย · ต้นฉบับออกโดยหน่วยงานต่างประเทศ จึงต้องไล่สายรับรองจากประเทศต้นทางก่อน

สิ่งที่เราดูแลให้: วางลำดับสายรับรองให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง · จัดทำคำแปลและตรวจทานการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร · จัดชุดไฟล์สแกนและต้นฉบับส่งคืนพร้อมคำอธิบายวิธียื่น

สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: ถ้าปลายทางไม่รับเอกสารชุดนี้ จะต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดหรือไม่

กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 7–14 วันทำการ

หนังสือรับรองความประพฤติ จากชลบุรี เพื่อยื่นขอถิ่นที่อยู่

ชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยจากชลบุรี · ชื่อ-สกุลในเอกสารเก่าสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทางปัจจุบัน

สิ่งที่เราดูแลให้: ตรวจความครบถ้วนของเอกสารต้นทางและแจ้งรายการที่ต้องคัดใหม่ก่อนเริ่มงาน · ประสานนัดหมายวันลงนาม/วันยื่น และแจ้งเอกสารที่ต้องนำติดตัว

สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: ถ้าอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ต้องเดินทางมาด้วยตนเองไหม

กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 3–7 วันทำการ

เอกสารทางการแพทย์ จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อใช้ในประเทศภาคีอนุสัญญาเฮก

ผู้ยื่นสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ · มีกำหนดเดินทาง/กำหนดยื่นที่กระชั้น ต้องจัดลำดับงานใหม่

สิ่งที่เราดูแลให้: ติดตามสถานะระหว่างขั้นตอนและแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ · จัดชุดไฟล์สแกนและต้นฉบับส่งคืนพร้อมคำอธิบายวิธียื่น · ตรวจความครบถ้วนของเอกสารต้นทางและแจ้งรายการที่ต้องคัดใหม่ก่อนเริ่มงาน · จัดทำคำแปลและตรวจทานการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร

สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: คำแปลต้องรับรองโดยใคร จึงจะถูกยอมรับที่ปลายทาง

กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 7–14 วันทำการ

ดูกรณีศึกษาทั้งหมดของบริการนี้การรับรองเอกสารแบบ Apostille

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงระเบียบและประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นเอกสาร