Skip to main content
NYC Legal & Notary
NPT Notary Public Thailand
บริการแปลและรับรองนิติกรณ์

ตรวจทานล่าสุด: · โดย ทีมบรรณาธิการ NPT

ตรวจทานโดย ทีมบรรณาธิการ NPTEditorial & Compliance Teamผ่านการตรวจทานโดยกองบรรณาธิการ
Apostille • Q&A • Answered by NSA Lawyer

Is Thailand an Apostille country?

Quick Answer

Yes — Thailand deposited its instrument of accession to the Hague Apostille Convention 1961 on 30 June 2026, and the Convention enters into force for Thailand on 28 February 2027. The Department of Consular Affairs (MFA) is the designated Competent Authority issuing Apostilles. NPT processes Apostilles in 5–7 working days (estimate applying only after the Apostille Convention enters into force for Thailand on 28 February 2027; not available today) from THB 3,500 per document.

Detailed Answer

Thailand deposited its instrument of accession to the Hague Convention of 5 October 1961 Abolishing the Requirement of Legalisation for Foreign Public Documents on 30 June 2026, with entry into force for Thailand on 28 February 2027. Designated Competent Authority: Department of Consular Affairs, Ministry of Foreign Affairs (MFA), Chaeng Watthana Building, Bangkok. Documents eligible for Apostille: notarial acts (NSA-certified), court documents, administrative documents (birth/marriage/death certificates, police clearance, education credentials issued by Thai authorities). Process via NPT: (1) NSA notarisation if private document (THB 1,500); (2) MFA Apostille (~THB 2,000 government fee + NPT facilitation); (3) returned with embossed Apostille certificate accepted in 125+ Hague member states. Total NPT package: THB 3,500–5,500, 5–7 working days. For non-Hague countries (e.g. UAE, Saudi Arabia, China for now), use the traditional MFA + embassy legalisation chain.

Free consult — real NSA lawyer
Get your fixed quote & document check

ประเด็นสำคัญ

ขั้นตอนดำเนินการ (โดยสังเขป)

ขั้นตอนผู้ดำเนินการ / หน่วยงานเอกสารที่ต้องใช้ระยะเวลาโดยประมาณ
1. ยืนยันว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกผู้ยื่น (ตรวจสอบจาก HCCH)ชื่อประเทศปลายทาง + ประเภทเอกสารประมาณ 1 วัน
2. เตรียมเอกสารมหาชนหรือรับรองลายมือชื่อเอกสารเอกชนหน่วยงานผู้ออกเอกสาร หรือทนายความผู้ทำคำรับรองฯต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานรับรองประมาณ 1–3 วันทำการ
3. แปลและรับรองคำแปล (กรณีเอกสารภาษาไทย)ผู้แปลที่ปลายทางยอมรับต้นฉบับ + สำเนาหนังสือเดินทางประมาณ 1–3 วันทำการ
4. ยื่นขอ Apostilleกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศเอกสารครบชุด + แบบคำร้องประมาณ 3–7 วันทำการ

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณและขึ้นอยู่กับคิวของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ โปรดตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเพิ่มเติม

ต้องแปลเอกสารก่อนขอ Apostille หรือไม่
โดยทั่วไปเอกสารราชการไทยต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและผ่านการรับรองคำแปลก่อน จึงนำไปขอรับรองที่กรมการกงสุลได้ ประเทศปลายทางบางแห่งอาจขอคำแปลเป็นภาษาราชการของตนเพิ่มเติม
Apostille มีอายุการใช้งานหรือไม่
ตัว Apostille ไม่ระบุวันหมดอายุ แต่ผู้รับเอกสารในต่างประเทศมักกำหนดอายุเอกสารต้นทางไว้ เช่น ไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือน จึงควรวางแผนเวลายื่นให้สอดคล้องกัน
ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาต้องทำอย่างไร
ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคี เช่น หลายประเทศในตะวันออกกลางและบางประเทศในเอเชีย ยังต้องใช้การรับรองสองชั้นตามเดิม คือรับรองที่กรมการกงสุลแล้วนำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในประเทศไทย
ยื่นขอ Apostille แทนกันได้ไหม
สามารถมอบอำนาจให้ผู้แทนยื่นได้ โดยต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจตามแบบที่กรมการกงสุลกำหนด สอบถามรายละเอียดและขอบเขตงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
เอกสารต่างประเทศจะนำมาใช้ในไทยต้องทำอย่างไร
เอกสารที่ออกในประเทศภาคีอนุสัญญาให้ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น แล้วนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลตามที่หน่วยงานผู้รับในประเทศไทยกำหนด
ประเทศไทยออก Apostille ได้แล้วหรือยัง
ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961) โดยอนุสัญญามีผลใช้บังคับกับไทยตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 (2026) หน่วยงานผู้ออก Apostille คือกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยใช้ระบบรับรองสองชั้น (กงสุล + สถานทูต)

เชื่อมโยงกับขั้นตอนอื่นที่เกี่ยวข้อง

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกแล้ว แต่เอกสารเอกชนหลายประเภทยังต้องผ่าน การรับรองลายมือชื่อโดยทนายความ Notary ก่อน จึงจะเข้าสู่ช่องทาง Apostille ได้ ส่วนเอกสารที่ปลายทางไม่รับ Apostille ยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ การรับรองโดยสถานทูตปลายทาง

อธิบายเชิงลึก: เงื่อนไขจริงและสาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับApostille

เรียบเรียงจากหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานผู้มีอำนาจประกาศไว้ ไม่ใช่ข้อความโฆษณา

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการเรียกร้องให้ทำนิติกรณ์เอกสารมหาชนต่างประเทศ ทำให้เอกสารมหาชนของไทยสามารถใช้ในประเทศภาคีอื่นได้ด้วยใบรับรอง Apostille แทนการรับรองซ้อนที่สถานทูต อย่างไรก็ตาม Apostille รับรองเฉพาะที่มาของเอกสาร ลายมือชื่อ และตราประทับ ไม่ได้รับรองเนื้อหา

เงื่อนไขที่ต้องผ่านจริง

สาเหตุที่พบบ่อยเมื่อถูกตีกลับ

กรณีที่ปลายทางเป็นรัฐภาคีแต่หน่วยงานผู้รับยังขอการรับรองจากสถานทูต ให้ขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นหลักฐาน แล้วจัดเส้นทางเอกสารตามนั้น เพื่อไม่ให้ต้องทำซ้ำ

คำแนะนำจากผู้ปฏิบัติงานจริงการรับรองเอกสารแบบ Apostille

หน่วยงานผู้มีอำนาจ: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

คำแนะนำจากผู้ปฏิบัติงานจริง

  • ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคี ต้องใช้เส้นทางรับรองสถานทูตแทน — เลือกเส้นทางให้ถูกตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ให้เสียรอบ
  • ระยะเวลาดำเนินการโดยประมาณ 3–7 วันทำการ ขึ้นกับคิวของหน่วยงาน โปรดยืนยันก่อนวางแผนวันยื่น
  • ตรวจว่าเอกสารที่ยื่นเป็นฉบับที่หน่วยงานผู้ออกเพิ่งออกให้ ไม่ใช่สำเนาเก่าที่ถ่ายเก็บไว้
  • เก็บภาพถ่ายตรา Apostille ไว้ เพราะบางประเทศให้ตรวจสอบเลขที่ทะเบียนออนไลน์
  • ตรวจสอบก่อนว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก และสถานะมีผลใช้บังคับระหว่างสองประเทศจริง (ตรวจที่ตาราง status ของ HCCH)

ข้อควรระวัง — สาเหตุที่เอกสารมักถูกตีกลับ

  • เข้าใจว่า Apostille รับรอง “เนื้อหา” ของเอกสาร ทั้งที่รับรองเพียงลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับ
  • ปลายทางขอคำแปลเป็นภาษาราชการของตน แต่เตรียมมาเฉพาะภาษาอังกฤษ
  • วางแผนกระชั้นโดยไม่เผื่อคิวหน่วยงาน
  • ขอ Apostille ไปยังประเทศที่ไม่ใช่ภาคี ทำให้ปลายทางปฏิเสธเอกสาร
  • ยื่นเอกสารเอกชนโดยไม่ผ่านการรับรองลายมือชื่อก่อน

แหล่งอ้างอิงทางการ: www.hcch.net/en/instruments/conventions/status-table/?cid=41 · consular.mfa.go.th/th/publicservice/legalization

ข้อมูลเป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องใช้เส้นทางไหน สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

คำถามที่พบบ่อยเชิงลึกการรับรองเอกสารแบบ Apostille

คำตอบอ้างอิงหลักเกณฑ์ของหน่วยงานผู้มีอำนาจ ไม่ใช่ข้อความโฆษณา

เอกสารในการรับรองเอกสารแบบ Apostilleถูกตีกลับด้วยสาเหตุใดได้บ้าง

สาเหตุที่พบจริง: ขอ Apostille ไปยังประเทศที่ไม่ใช่ภาคี ทำให้ปลายทางปฏิเสธเอกสาร หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ควรตรวจสอบกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ข้อผิดพลาดใดในการรับรองเอกสารแบบ Apostilleที่ทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนใหม่

สาเหตุที่พบจริง: ยื่นเอกสารเอกชนโดยไม่ผ่านการรับรองลายมือชื่อก่อน หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ควรตรวจสอบกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

อะไรคือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรับรองเอกสารแบบ Apostille

สาเหตุที่พบจริง: ยื่นคำแปลที่ยังไม่ได้รับรองคำแปล หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ควรตรวจสอบกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

กรณีใดในการรับรองเอกสารแบบ Apostilleที่ทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น

สาเหตุที่พบจริง: ใช้สำเนาที่ไม่ได้ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ควรตรวจสอบกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ควรระวังอะไรเป็นพิเศษเมื่อยื่นการรับรองเอกสารแบบ Apostilleให้หน่วยงานต่างประเทศ

สาเหตุที่พบจริง: เข้าใจว่า Apostille รับรอง “เนื้อหา” ของเอกสาร ทั้งที่รับรองเพียงลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับ หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ควรตรวจสอบกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ข้อผิดพลาดใดในการรับรองเอกสารแบบ Apostilleที่แก้ไขภายหลังได้ยากที่สุด

สาเหตุที่พบจริง: ปลายทางขอคำแปลเป็นภาษาราชการของตน แต่เตรียมมาเฉพาะภาษาอังกฤษ หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ควรตรวจสอบกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

มีกับดักอะไรในการรับรองเอกสารแบบ Apostilleที่ผู้ยื่นมักรู้ตัวช้าเกินไป

สาเหตุที่พบจริง: วางแผนกระชั้นโดยไม่เผื่อคิวหน่วยงาน หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ควรตรวจสอบกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

หน่วยงานใดเป็นผู้มีอำนาจในการรับรองเอกสารแบบ Apostille

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานผู้มีอำนาจหลักสำหรับการรับรองเอกสารแบบ Apostille การรับรองหรือการยื่นที่ไม่ผ่านหน่วยงานที่ปลายทางกำหนด อาจไม่ถูกยอมรับแม้เอกสารจะถูกต้องในเชิงเนื้อหา ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

กรณีของคุณอาจมีเงื่อนไขเฉพาะ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

094-895-8999LINE @ThainotaryNotary@ilc.ltd

แหล่งอ้างอิงทางการ: www.hcch.net · consular.mfa.go.th

ไปต่อที่บริการที่เกี่ยวข้อง

เส้นทางที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ต่อจากหน้านี้ — สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลได้ทุกขั้นตอน

สถานะอนุสัญญา Apostille ของประเทศไทย (ตรวจสอบล่าสุด 30 ก.ค. 2569)

ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางตามขั้นตอนเดิม

ปัจจุบัน (ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านขั้นตอนเดิม คือ แปลรับรอง → รับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรอง → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทาง

เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารมหาชนของไทยที่ส่งไปยังประเทศภาคี (รวม 130 ประเทศ) จะใช้ใบ Apostille จากกรมการกงสุลเพียงใบเดียว โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตปลายทางอีก

แหล่งอ้างอิง: HCCH (องค์กรผู้เก็บรักษาอนุสัญญา) Thailand accedes to the 1961 Apostille Convention

ใบอนุญาตและการขึ้นทะเบียนที่ตรวจสอบได้

การคุ้มครองผู้ใช้บริการและการรับประกันงาน

อ่านฉบับเต็มได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อกำหนดการให้บริการ

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงระเบียบและประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นเอกสาร