Apostille ในประเทศไทยราคาเท่าไหร่?

ค่าบริการวิชาชีพประเมินตามเอกสารและขั้นตอน กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบเสนอราคา พ. 2570
คำอธิบายแบบละเอียด
ค่าบริการวิชาชีพประเมินตามเอกสารและขั้นตอน กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบเสนอราคา
ตรวจทานล่าสุด: · โดย ทีมบรรณาธิการ NPT

ค่าบริการวิชาชีพประเมินตามเอกสารและขั้นตอน กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบเสนอราคา พ. 2570
ค่าบริการวิชาชีพประเมินตามเอกสารและขั้นตอน กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบเสนอราคา
| ขั้นตอน | ผู้ดำเนินการ / หน่วยงาน | เอกสารที่ต้องใช้ | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|---|---|
| 1. ยืนยันว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาเฮก | ผู้ยื่น (ตรวจสอบจาก HCCH) | ชื่อประเทศปลายทาง + ประเภทเอกสาร | ประมาณ 1 วัน |
| 2. เตรียมเอกสารมหาชนหรือรับรองลายมือชื่อเอกสารเอกชน | หน่วยงานผู้ออกเอกสาร หรือทนายความผู้ทำคำรับรองฯ | ต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานรับรอง | ประมาณ 1–3 วันทำการ |
| 3. แปลและรับรองคำแปล (กรณีเอกสารภาษาไทย) | ผู้แปลที่ปลายทางยอมรับ | ต้นฉบับ + สำเนาหนังสือเดินทาง | ประมาณ 1–3 วันทำการ |
| 4. ยื่นขอ Apostille | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | เอกสารครบชุด + แบบคำร้อง | ประมาณ 3–7 วันทำการ |
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณและขึ้นอยู่กับคิวของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ โปรดตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง
ก่อนยื่นขอ Apostille ควรตรวจว่าคำแปลเป็นฉบับที่กรมการกงสุลรับพิจารณา จึงแนะนำให้ใช้ ชุดบริการแปลพร้อมรับรองนิติกรณ์ในคราวเดียว และหากปลายทางต้องการนักแปลที่ขึ้นทะเบียน ให้ดู งานแปลโดยนักแปลสาบานตน
เรียบเรียงจากหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานผู้มีอำนาจประกาศไว้ ไม่ใช่ข้อความโฆษณา
ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการเรียกร้องให้ทำนิติกรณ์เอกสารมหาชนต่างประเทศ ทำให้เอกสารมหาชนของไทยสามารถใช้ในประเทศภาคีอื่นได้ด้วยใบรับรอง Apostille แทนการรับรองซ้อนที่สถานทูต อย่างไรก็ตาม Apostille รับรองเฉพาะที่มาของเอกสาร ลายมือชื่อ และตราประทับ ไม่ได้รับรองเนื้อหา
ก่อนเริ่มดำเนินการ ควรยืนยันสองข้อกับผู้รับปลายทาง คือประเทศนั้นรับ Apostille หรือไม่ และต้องการคำแปลในรูปแบบใด เมื่อได้คำตอบแล้วจึงวางลำดับขั้นให้ครบในรอบเดียว ปรึกษาเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลได้
หน่วยงานผู้มีอำนาจ: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
แหล่งอ้างอิงทางการ: www.hcch.net/en/instruments/conventions/status-table/?cid=41 · consular.mfa.go.th/th/publicservice/legalization
ข้อมูลเป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง
ไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องใช้เส้นทางไหน สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง
คำตอบอ้างอิงหลักเกณฑ์ของหน่วยงานผู้มีอำนาจ ไม่ใช่ข้อความโฆษณา
ตรวจสอบจากประกาศของ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยตรง แหล่งอ้างอิงทางการที่เราใช้ประกอบหน้านี้คือ https://www.hcch.net/en/instruments/conventions/status-table/?cid=41 · https://consular.mfa.go.th/th/publicservice/legalization เนื่องจากหลักเกณฑ์อาจปรับปรุงได้ตลอด จึงควรอ่านฉบับล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง
กรณีเฉพาะ เช่น ชื่อไม่ตรงกันระหว่างเอกสาร เอกสารออกจากต่างประเทศ หรือกำหนดยื่นกระชั้น ควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจชุดเอกสารก่อน แล้วยืนยันเงื่อนไขกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ อีกครั้ง สอบถามรายละเอียดและระยะเวลาได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล (เราไม่ประกาศราคาไว้บนหน้าเว็บ เพราะขึ้นกับชนิดเอกสารและปลายทาง) ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง
ระยะเวลาไม่คงที่ เพราะขึ้นกับคิวและหลักเกณฑ์ของ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ชนิดเอกสาร และหน่วยงานปลายทางที่จะรับเรื่อง เราจึงไม่ประกาศตัวเลขตายตัวไว้บนหน้าเว็บ แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือเผื่อเวลาก่อนกำหนดยื่นจริง และสอบถามคิวปัจจุบันกับเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนวางแผนเดินทาง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง
อายุการใช้งานไม่ได้กำหนดโดยผู้ให้บริการ แต่กำหนดโดยหน่วยงานที่รับเรื่องปลายทาง หลายแห่งรับเฉพาะเอกสารที่ออกใหม่ภายในช่วงเวลาหนึ่ง จึงควรสอบถามเกณฑ์ของปลายทางก่อน แล้วจึงเริ่มขั้นตอนกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุระหว่างรอคิว ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง
บางขั้นตอนต้องให้เจ้าของเอกสารลงนามหรือแสดงตนเอง บางขั้นตอนมอบอำนาจได้ ขึ้นกับหลักเกณฑ์ของ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และชนิดของเอกสาร ควรยืนยันเงื่อนไขก่อนนัดหมาย เพื่อไม่ให้เดินทางไปแล้วยื่นไม่ได้ หากไม่แน่ใจ สอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง
ขอบเขตงานต่างกันมากในแต่ละเคส ทั้งจำนวนหน้า ภาษา จำนวนรอบการรับรอง และค่าธรรมเนียมราชการที่ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เรียกเก็บตามประกาศ การประกาศตัวเลขเดียวจึงอาจทำให้เข้าใจผิด เราจึงให้ประเมินตามเอกสารจริง ส่งรายละเอียดมาทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลเพื่อรับการประเมินที่ตรงกับกรณีของคุณ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง
ตรวจสอบก่อนว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก และสถานะมีผลใช้บังคับระหว่างสองประเทศจริง (ตรวจที่ตาราง status ของ HCCH) — โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจคือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง
เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือ affidavit ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความผู้ทำคำรับรองฯ ก่อน — โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจคือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง
กรณีของคุณอาจมีเงื่อนไขเฉพาะ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง
แหล่งอ้างอิงทางการ: www.hcch.net · consular.mfa.go.th
เส้นทางที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ต่อจากหน้านี้ — สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลได้ทุกขั้นตอน
ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางตามขั้นตอนเดิม
ปัจจุบัน (ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านขั้นตอนเดิม คือ แปลรับรอง → รับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรอง → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทาง
เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารมหาชนของไทยที่ส่งไปยังประเทศภาคี (รวม 130 ประเทศ) จะใช้ใบ Apostille จากกรมการกงสุลเพียงใบเดียว โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตปลายทางอีก
แหล่งอ้างอิง: HCCH (องค์กรผู้เก็บรักษาอนุสัญญา) Thailand accedes to the 1961 Apostille Convention
กรณีศึกษาจำลองจากลักษณะงานที่พบบ่อย ไม่ใช่ลูกค้ารายบุคคล และไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลจริง
ผู้ยื่นสัญชาติไทยที่ทำงานอยู่ต่างประเทศจากสุราษฎร์ธานี · ผู้ลงนามอยู่คนละจังหวัดกับผู้ยื่น ต้องวางแผนวันลงนามและการส่งเอกสาร
สิ่งที่เราดูแลให้: จัดชุดไฟล์สแกนและต้นฉบับส่งคืนพร้อมคำอธิบายวิธียื่น · วางลำดับสายรับรองให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง · จัดทำคำแปลและตรวจทานการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร
สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: ต้องใช้ต้นฉบับจริงหรือใช้สำเนาคัดรับรองได้
กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 5–10 วันทำการ
ผู้รับมอบอำนาจที่ดำเนินการแทนเจ้าของเอกสารจากนครสวรรค์ · เอกสารบางฉบับคัดไว้นานเกินเกณฑ์อายุที่ปลายทางกำหนด
สิ่งที่เราดูแลให้: จัดทำคำแปลและตรวจทานการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร · วางลำดับสายรับรองให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง · ประสานนัดหมายวันลงนาม/วันยื่น และแจ้งเอกสารที่ต้องนำติดตัว
สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: เอกสารมีอายุใช้งานนานเท่าใดหลังรับรองเสร็จ
กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 5–10 วันทำการ
ผู้แทนนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยจากนนทบุรี · ต้นฉบับออกโดยหน่วยงานต่างประเทศ จึงต้องไล่สายรับรองจากประเทศต้นทางก่อน
สิ่งที่เราดูแลให้: วางลำดับสายรับรองให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง · ประสานนัดหมายวันลงนาม/วันยื่น และแจ้งเอกสารที่ต้องนำติดตัว · ติดตามสถานะระหว่างขั้นตอนและแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ · จัดชุดไฟล์สแกนและต้นฉบับส่งคืนพร้อมคำอธิบายวิธียื่น
สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: ถ้าอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ต้องเดินทางมาด้วยตนเองไหม
กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 3–7 วันทำการ
ดูกรณีศึกษาทั้งหมดของบริการนี้ — การรับรองเอกสารแบบ Apostille
ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงระเบียบและประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นเอกสาร