Skip to main content
NYC Legal & Notary
NPT Notary Public Thailand
บริการแปลและรับรองนิติกรณ์

ตรวจทานล่าสุด: · โดย ทีมบรรณาธิการ NPT

ตรวจทานโดย ทีมบรรณาธิการ NPTEditorial & Compliance Teamผ่านการตรวจทานโดยกองบรรณาธิการ
Apostille • Q&A • Answered by NSA Lawyer

How does Thailand's 2025 Apostille convention work in practice?

Apostille document review by the NPT legal services team
Quick Answer

Thailand deposited its instrument of accession to the Hague Apostille Convention on 30 June 2026 and the Convention enters into force for Thailand on 28 February 2027. Apostilles are issued by the MFA Department of Consular Affairs in Chaeng Watthana for 130 Contracting Parties; embassy legalization is no longer needed for those countries. NPT handles the full process in 3–5 working days — contact our team for a quotation.

Detailed Answer

Thailand deposited its accession instrument on 28 February 2027 and the Apostille Convention entered into force for Thailand on 28 February 2027. From that date, a single Apostille certificate issued by the Department of Consular Affairs (Ministry of Foreign Affairs, Chaeng Watthana Road) replaces the previous MFA-then-Embassy legalization chain for any of the 125+ Convention member states (US, UK, all EU, Japan, Korea, Singapore, Australia, etc. ). Non-member destinations (e. g. UAE, Saudi Arabia, Vietnam, Taiwan, mainland China for now) still require traditional consular legalization. NPT workflow: (1) prepare original or notarized copy, (2) translate into Thai if foreign-issued, (3) MFA legalizes underlying document, (4) MFA affixes Apostille sticker, (5) we courier back. Professional fees are quoted after the documents and required steps are reviewed. our service fee is quoted after document review. Standard 3–5 working days, express 1–2 days.

Case-specific document review
Request a professional-fee quote

ประเด็นสำคัญ

  • ใช้ได้เฉพาะระหว่างประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญาเฮกทั้งสองฝ่าย
  • เอกสารต้องเป็นเอกสารมหาชน หรือเอกสารเอกชนที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความผู้ทำคำรับรองฯ ก่อน
  • เอกสารภาษาไทยมักต้องแปลและผ่านการรับรองคำแปลก่อนยื่น
  • ตรวจสอบสถานะภาคีและข้อกำหนดล่าสุดได้ที่ HCCH และกรมการกงสุลก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนดำเนินการ (โดยสังเขป)

ขั้นตอนผู้ดำเนินการ / หน่วยงานเอกสารที่ต้องใช้ระยะเวลาโดยประมาณ
1. ยืนยันว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกผู้ยื่น (ตรวจสอบจาก HCCH)ชื่อประเทศปลายทาง + ประเภทเอกสารประมาณ 1 วัน
2. เตรียมเอกสารมหาชนหรือรับรองลายมือชื่อเอกสารเอกชนหน่วยงานผู้ออกเอกสาร หรือทนายความผู้ทำคำรับรองฯต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานรับรองประมาณ 1–3 วันทำการ
3. แปลและรับรองคำแปล (กรณีเอกสารภาษาไทย)ผู้แปลที่ปลายทางยอมรับต้นฉบับ + สำเนาหนังสือเดินทางประมาณ 1–3 วันทำการ
4. ยื่นขอ Apostilleกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศเอกสารครบชุด + แบบคำร้องประมาณ 3–7 วันทำการ

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณและขึ้นอยู่กับคิวของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ โปรดตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเพิ่มเติม

Apostille ต่างจากการรับรองกงสุลอย่างไร
Apostille คือใบรับรองใบเดียวที่ใช้ได้กับทุกประเทศภาคีอนุสัญญาโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตอีก ส่วนการรับรองกงสุลแบบเดิมต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศแล้วยังต้องให้สถานทูตปลายทางรับรองซ้ำ
เอกสารประเภทใดขอ Apostille ได้
เอกสารราชการ เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองความประพฤติ และเอกสารการศึกษาที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด รวมถึงเอกสารเอกชนที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยผู้มีอำนาจตามที่กำหนด
ต้องแปลเอกสารก่อนขอ Apostille หรือไม่
โดยทั่วไปเอกสารราชการไทยต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและผ่านการรับรองคำแปลก่อน จึงนำไปขอรับรองที่กรมการกงสุลได้ ประเทศปลายทางบางแห่งอาจขอคำแปลเป็นภาษาราชการของตนเพิ่มเติม
Apostille มีอายุการใช้งานหรือไม่
ตัว Apostille ไม่ระบุวันหมดอายุ แต่ผู้รับเอกสารในต่างประเทศมักกำหนดอายุเอกสารต้นทางไว้ เช่น ไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือน จึงควรวางแผนเวลายื่นให้สอดคล้องกัน
ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาต้องทำอย่างไร
ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคี เช่น หลายประเทศในตะวันออกกลางและบางประเทศในเอเชีย ยังต้องใช้การรับรองสองชั้นตามเดิม คือรับรองที่กรมการกงสุลแล้วนำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในประเทศไทย
ยื่นขอ Apostille แทนกันได้ไหม
สามารถมอบอำนาจให้ผู้แทนยื่นได้ โดยต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจตามแบบที่กรมการกงสุลกำหนด สอบถามรายละเอียดและขอบเขตงานได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

เชื่อมโยงกับขั้นตอนอื่นที่เกี่ยวข้อง

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกแล้ว แต่เอกสารเอกชนหลายประเภทยังต้องผ่าน การรับรองลายมือชื่อโดยทนายความ Notary ก่อน จึงจะเข้าสู่ช่องทาง Apostille ได้ ส่วนเอกสารที่ปลายทางไม่รับ Apostille ยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ การรับรองโดยสถานทูตปลายทาง

อธิบายเชิงลึก: เงื่อนไขจริงและสาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับ — Apostille

เรียบเรียงจากหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานผู้มีอำนาจประกาศไว้ ไม่ใช่ข้อความโฆษณา

Apostille ออกให้กับ “เอกสารมหาชน” เท่านั้น เอกสารเอกชน เช่น สัญญาหรือหนังสือมอบอำนาจส่วนบุคคล ต้องถูกทำให้เข้าสู่สถานะเอกสารมหาชนก่อน โดยผ่านการรับรองลายมือชื่อจากผู้มีอำนาจตามกฎหมายเสียก่อน

เงื่อนไขที่ต้องผ่านจริง

  • ใบ Apostille จะผูกกับเอกสารฉบับนั้นโดยเฉพาะ การถ่ายสำเนาใบ Apostille ไปใช้กับเอกสารฉบับอื่นไม่มีผล
  • หน่วยงานปลายทางบางแห่งกำหนดอายุเอกสารนับจากวันออก ไม่ใช่นับจากวันที่ออก Apostille
  • เอกสารต้องเป็นต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐไทย หรือเป็นเอกสารเอกชนที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อจนเข้าสู่สายทางการแล้ว

สาเหตุที่พบบ่อยเมื่อถูกตีกลับ

  • ใช้สำเนาที่รับรองเองแทนต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงาน ทำให้เอกสารไม่เข้าเกณฑ์เอกสารมหาชน
  • เอกสารมีรอยแก้ ขีดฆ่า หรือประทับตราทับข้อความสำคัญ ทำให้ตรวจสอบความถูกต้องไม่ได้

กรณีที่ปลายทางเป็นรัฐภาคีแต่หน่วยงานผู้รับยังขอการรับรองจากสถานทูต ให้ขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นหลักฐาน แล้วจัดเส้นทางเอกสารตามนั้น เพื่อไม่ให้ต้องทำซ้ำ

คำแนะนำจากผู้ปฏิบัติงานจริง — การรับรองเอกสารแบบ Apostille

หน่วยงานผู้มีอำนาจ: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

คำแนะนำจากผู้ปฏิบัติงานจริง

  • เก็บภาพถ่ายตรา Apostille ไว้ เพราะบางประเทศให้ตรวจสอบเลขที่ทะเบียนออนไลน์
  • ตรวจสอบก่อนว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก และสถานะมีผลใช้บังคับระหว่างสองประเทศจริง (ตรวจที่ตาราง status ของ HCCH)
  • เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือ affidavit ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความผู้ทำคำรับรองฯ ก่อน
  • เอกสารภาษาไทยส่วนใหญ่ต้องแปลและรับรองคำแปลก่อนขอ Apostille
  • ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคี ต้องใช้เส้นทางรับรองสถานทูตแทน — เลือกเส้นทางให้ถูกตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ให้เสียรอบ

ข้อควรระวัง — สาเหตุที่เอกสารมักถูกตีกลับ

  • ยื่นคำแปลที่ยังไม่ได้รับรองคำแปล
  • ใช้สำเนาที่ไม่ได้ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ
  • เข้าใจว่า Apostille รับรอง “เนื้อหา” ของเอกสาร ทั้งที่รับรองเพียงลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับ
  • ปลายทางขอคำแปลเป็นภาษาราชการของตน แต่เตรียมมาเฉพาะภาษาอังกฤษ
  • วางแผนกระชั้นโดยไม่เผื่อคิวหน่วยงาน

แหล่งอ้างอิงทางการ: www.hcch.net/en/instruments/conventions/status-table/?cid=41 · consular.mfa.go.th/th/publicservice/legalization

ข้อมูลเป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องใช้เส้นทางไหน สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

คำถามที่พบบ่อยเชิงลึก — การรับรองเอกสารแบบ Apostille

คำตอบอ้างอิงหลักเกณฑ์ของหน่วยงานผู้มีอำนาจ ไม่ใช่ข้อความโฆษณา

เตรียมเอกสารสำหรับการรับรองเอกสารแบบ Apostilleอย่างไรให้ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก

ตรวจสอบก่อนว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก และสถานะมีผลใช้บังคับระหว่างสองประเทศจริง (ตรวจที่ตาราง status ของ HCCH) — โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจคือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ก่อนยื่นเรื่องการรับรองเอกสารแบบ Apostille ควรตรวจสอบอะไรเป็นอันดับแรก

เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือ affidavit ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความผู้ทำคำรับรองฯ ก่อน — โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจคือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

มีข้อปฏิบัติอะไรที่ช่วยลดรอบแก้ไขเอกสารในการรับรองเอกสารแบบ Apostille

เอกสารภาษาไทยส่วนใหญ่ต้องแปลและรับรองคำแปลก่อนขอ Apostille — โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจคือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ผู้ยื่นครั้งแรกควรรู้อะไรเกี่ยวกับการรับรองเอกสารแบบ Apostille

ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคี ต้องใช้เส้นทางรับรองสถานทูตแทน — เลือกเส้นทางให้ถูกตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ให้เสียรอบ — โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจคือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

จุดไหนในการรับรองเอกสารแบบ Apostilleที่มักถูกมองข้ามแต่มีผลต่อการพิจารณา

ระยะเวลาดำเนินการโดยประมาณ 3–7 วันทำการ ขึ้นกับคิวของหน่วยงาน โปรดยืนยันก่อนวางแผนวันยื่น — โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจคือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ทำอย่างไรให้ชุดเอกสารการรับรองเอกสารแบบ Apostilleสอดคล้องกันทั้งชุด

ตรวจว่าเอกสารที่ยื่นเป็นฉบับที่หน่วยงานผู้ออกเพิ่งออกให้ ไม่ใช่สำเนาเก่าที่ถ่ายเก็บไว้ — โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจคือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

ควรวางลำดับขั้นตอนของการรับรองเอกสารแบบ Apostilleอย่างไรจึงไม่ต้องย้อนกลับ

เก็บภาพถ่ายตรา Apostille ไว้ เพราะบางประเทศให้ตรวจสอบเลขที่ทะเบียนออนไลน์ — โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจคือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารในการรับรองเอกสารแบบ Apostilleถูกตีกลับด้วยสาเหตุใดได้บ้าง

สาเหตุที่พบจริง: ขอ Apostille ไปยังประเทศที่ไม่ใช่ภาคี ทำให้ปลายทางปฏิเสธเอกสาร หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ควรตรวจสอบกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป เงื่อนไขและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้มีอำนาจก่อนยื่นทุกครั้ง

กรณีของคุณอาจมีเงื่อนไขเฉพาะ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

094-895-8999LINE @ThainotaryNotary@ilc.ltd

แหล่งอ้างอิงทางการ: www.hcch.net · consular.mfa.go.th

ไปต่อที่บริการที่เกี่ยวข้อง

เส้นทางที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ต่อจากหน้านี้ — สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลได้ทุกขั้นตอน

สถานะอนุสัญญา Apostille ของประเทศไทย (ตรวจสอบล่าสุด 30 ก.ค. 2569)

ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางตามขั้นตอนเดิม

ปัจจุบัน (ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านขั้นตอนเดิม คือ แปลรับรอง → รับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรอง → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทาง

เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารมหาชนของไทยที่ส่งไปยังประเทศภาคี (รวม 130 ประเทศ) จะใช้ใบ Apostille จากกรมการกงสุลเพียงใบเดียว โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตปลายทางอีก

แหล่งอ้างอิง: HCCH (องค์กรผู้เก็บรักษาอนุสัญญา) Thailand accedes to the 1961 Apostille Convention

ใบอนุญาตและการขึ้นทะเบียนที่ตรวจสอบได้

การคุ้มครองผู้ใช้บริการ

  • • แจ้งค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
  • • รักษาความลับของเอกสารภายใต้ข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร
  • • ติดต่อสอบถามและขอใบเสนอราคาได้โดยตรงทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

กรณีศึกษาจำลองจากลักษณะงานที่พบบ่อย ไม่ใช่ลูกค้ารายบุคคล และไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลจริง

หนังสือรับรองบริษัท จากหนองคาย เพื่อใช้ในประเทศภาคีอนุสัญญาเฮก

ผู้ยื่นสัญชาติไทยที่ทำงานอยู่ต่างประเทศจากหนองคาย · ปลายทางกำหนดรูปแบบคำแปลและผู้รับรองเฉพาะ ทำให้ต้องเลือกสายงานให้ถูกตั้งแต่ต้น

สิ่งที่เราดูแลให้: ประสานนัดหมายวันลงนาม/วันยื่น และแจ้งเอกสารที่ต้องนำติดตัว · วางลำดับสายรับรองให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง · จัดชุดไฟล์สแกนและต้นฉบับส่งคืนพร้อมคำอธิบายวิธียื่น · ติดตามสถานะระหว่างขั้นตอนและแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ

สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: ลำดับขั้นตอนใดทำก่อน-หลัง จึงจะไม่ต้องย้อนกลับไปทำซ้ำ

กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 5–10 วันทำการ

หนังสือรับรองบริษัท จากชลบุรี เพื่อยื่นขอสัญชาติ

ผู้ยื่นสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยจากชลบุรี · มีกำหนดเดินทาง/กำหนดยื่นที่กระชั้น ต้องจัดลำดับงานใหม่

สิ่งที่เราดูแลให้: ติดตามสถานะระหว่างขั้นตอนและแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ · ประสานนัดหมายวันลงนาม/วันยื่น และแจ้งเอกสารที่ต้องนำติดตัว · ตรวจความครบถ้วนของเอกสารต้นทางและแจ้งรายการที่ต้องคัดใหม่ก่อนเริ่มงาน · จัดชุดไฟล์สแกนและต้นฉบับส่งคืนพร้อมคำอธิบายวิธียื่น

สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: ถ้าปลายทางไม่รับเอกสารชุดนี้ จะต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดหรือไม่

กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 7–14 วันทำการ

หนังสือมอบอำนาจ จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อทำธุรกรรมนิติบุคคล

ผู้ยื่นสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ · ชื่อ-สกุลในเอกสารเก่าสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทางปัจจุบัน

สิ่งที่เราดูแลให้: ตรวจความครบถ้วนของเอกสารต้นทางและแจ้งรายการที่ต้องคัดใหม่ก่อนเริ่มงาน · จัดทำคำแปลและตรวจทานการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร · วางลำดับสายรับรองให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง

สิ่งที่ผู้ใช้บริการมักถามในเคสลักษณะนี้: คำแปลต้องรับรองโดยใคร จึงจะถูกยอมรับที่ปลายทาง

กรอบเวลาโดยประมาณ: รวมทุกขั้นตอนโดยประมาณ 3–7 วันทำการ

ดูกรณีศึกษาทั้งหมดของบริการนี้ — การรับรองเอกสารแบบ Apostille

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงระเบียบและประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นเอกสาร