เช็กต้องการรับรองเอกสารแบบไหน
เช็กกำหนดให้เอกสารผ่านการรับรอง MFA ก่อน แล้วจึงต้องส่งให้สถานทูตเช็กรับรองอีกชั้นก่อนใช้. เอกสารทุกฉบับที่เราจัดส่งจะมีตราประทับและลายเซ็นของหัวหน้าหน่วยงานครบถ้วน ผ่านการแปลโดยนักแปลที่ MFA รับรอง และผ่านการรับรองนิติกรณ์ MFA ทุกฉบับ พร้อมการรับรองสถานทูตเช็กตามที่ระบุ
วัตถุประสงค์เช็กที่นิยมใช้บริการ MFA
Employee Card. วัตถุประสงค์เหล่านี้ต้องใช้เอกสารราชการไทยที่ผ่าน Legalization Chain ครบถ้วน เอกสารที่ทีมงานเราจัดทำให้สามารถใช้ยื่นได้ทันทีหลังจากผ่านขั้นตอนรับรองครบทั้ง 3 ชั้น
Apostille หรือ Legalization Chain — เช็กใช้แบบไหน
เช็กเป็นสมาชิก Hague Apostille Convention 1961 แต่เนื่องจากไทยยังไม่ได้เข้าร่วม เอกสารไทยจึงต้องผ่าน Legalization Chain แทน Apostille. ระบบ Legalization Chain ของเราใช้เวลานานกว่า Apostille เล็กน้อย แต่ผลลัพธ์เทียบเท่ากัน ทีมงานทำให้ทุกขั้นตอนถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก ลดความเสี่ยงเอกสารถูกปฏิเสธในต่างประเทศ
ขั้นตอนสำหรับลูกค้าที่อยู่เช็ก
(1) ทำหนังสือมอบอำนาจรับรองที่สถานทูตไทยในเช็ก (2) ส่งเอกสารตัวจริงและสำเนากลับมาที่ทีมงานในไทย (3) ทีมงานคัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานต้นสังกัด แปล รับรอง MFA และรับรองสถานทูตเช็ก (4) จัดส่ง DHL/FedEx กลับเช็ก ภายใน 7–15 วัน รวมระยะเวลา 15–30 วันนับจากวันส่งเอกสาร
ค่าบริการรวมไปเช็ก
ค่าบริการแพ็กเกจครบจบสำหรับเช็กอยู่ระหว่าง 4,000–15,000 บาทต่อเอกสาร ขึ้นอยู่กับประเภทเอกสาร จำนวนชุด ภาษาคำแปล และระดับการรับรอง (MFA เพียงอย่างเดียว หรือรวมการรับรองสถานทูตเช็ก) ค่าจัดส่งคิดประมาณ 2,500 บาท สามารถสอบถามใบเสนอราคาแบบรวมที่ระบุระยะเวลาที่แน่นอนได้ทันที
การจองคิวออนไลน์และเวลาทำการของกรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
ระบบ Legalization Chain ของไทยใช้ขั้นตอน 3 ชั้น (ต้นสังกัด → MFA → สถานทูต) ในขณะที่ประเทศที่เข้าร่วม Hague Apostille Convention 1961 ใช้ขั้นตอนเดียว คือการประทับ Apostille จาก Competent Authority ของประเทศต้นทาง ทำให้เอกสารใช้ได้ในทุกประเทศสมาชิก แม้ไทยยังไม่ได้เข้าร่วม แต่กรมการกงสุลได้พัฒนาระบบรับรองให้เอกสารไทยใช้ได้ในทุกประเทศปลายทางอย่างถูกต้อง
การส่งเอกสารต่อสถานทูตปลายทางในประเทศไทย
การรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการได้ที่อาคารกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย 19 (ตรงข้ามศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ) หรือที่สำนักงานหนังสือเดินทางสาขาภูมิภาค ขั้นตอนหลักประกอบด้วย (1) นำเอกสารต้นฉบับที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด (เช่น ที่ว่าการอำเภอ, มหาวิทยาลัย, DBD, ศาล) (2) ตรวจสอบว่าเอกสารต้องแปลก่อนหรือไม่ (3) ยื่นคำขอพร้อมแบบฟอร์ม (4) ชำระค่าธรรมเนียม 200 บาทต่อฉบับ (400 บาทแบบเร่งด่วน) (5) รับเอกสารคืนพร้อมตราประทับสีแดงของกรมการกงสุล
วิธีมอบอำนาจให้ทีมงานดำเนินการแทน
เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่ เอกสารต้นฉบับที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด คำแปลภาษาอังกฤษ/ภาษาประเทศปลายทาง (ถ้าจำเป็น) ใบรับรองคำแปลจากนักแปลที่ขึ้นทะเบียน บัตรประชาชนตัวจริงและสำเนา หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท (กรณีไม่มาด้วยตนเอง) และหนังสือชี้แจงวัตถุประสงค์การใช้เอกสารจากหน่วยงานปลายทาง
สาเหตุที่ทำให้คำขอรับรองถูกปฏิเสธหรือล่าช้า
ค่าธรรมเนียมราชการของกรมการกงสุล อยู่ที่ฉบับละ 200 บาทสำหรับบริการปกติ (รับเอกสารคืนภายใน 2 วันทำการ) และ 400 บาทสำหรับบริการเร่งด่วน (รับคืนภายใน 1 วันทำการ) ค่าบริการของทีมงานเรารวมการเดินเอกสาร การติดตามผล การแปล การส่งสถานทูต และการส่ง DHL/FedEx ไปต่างประเทศ เริ่มต้น 1,500 บาทสำหรับเอกสารง่าย ๆ และ 5,000–10,000 บาทสำหรับเอกสารที่ต้องผ่านหลายหน่วยงาน
การรับรองเอกสารสำหรับชาวต่างชาติในไทย
ทนาย Notary Public รับรองลายเซ็น ตัวตน หรือสำเนา ในขั้นตอนแรกของเอกสารที่ทำในไทย ส่วนการรับรองนิติกรณ์ MFA คือการที่กรมการกงสุลรับรองว่าตราประทับและลายเซ็นของหน่วยงานต้นสังกัด (รวมถึง Notary Public) เป็นของจริง ส่วน Embassy Legalization คือขั้นตอนสุดท้ายที่สถานทูตปลายทางรับรองตราของ MFA อีกชั้น เอกสารจะใช้ในต่างประเทศได้ก็ต่อเมื่อผ่านครบทั้ง 3 ขั้น
การส่งเอกสารผ่าน DHL/FedEx ไปต่างประเทศหลังรับรองเสร็จ
เอกสารที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์ MFA สมบูรณ์ จะมีตราประทับสีแดงของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ลายเซ็นของหัวหน้าฝ่ายนิติกรณ์ เลขที่อ้างอิง วันที่ออกใบรับรอง และข้อความระบุชัดว่ารับรองเฉพาะตราและลายเซ็นของหน่วยงานต้นสังกัด ผู้รับสามารถนำเลขที่อ้างอิงไปตรวจสอบกลับที่ระบบของ MFA ได้ทันที